ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กนกกานต์ วีระกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการพัฒนาวิชาชีพและการบูรณาการพันธกิจ ดร.จันทร์จนา ศิริพันธ์วัฒนา ประธานที่ปรึกษาคณบดีโรงเรียนการเรือน/ผู้จัดการสวนดุสิตโฮมเบเกอรี่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ ร.ต. ดร.ธนพัฒน์ แสงรุ่งเรือง คณบดีโรงเรียนการเรือน นำเสนอบทความเรื่อง “การเชื่อมโยงแนวคิดควอนตัมสู่การพัฒนาศาสตร์การเรือนในยุคเปลี่ยนผ่าน” ความว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรอบด้าน ทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต การพัฒนาการศึกษาจึงไม่อาจมุ่งเน้นแต่การถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทางเพียงอย่างเดียว หากต้องพัฒนาผู้เรียน ให้สามารถปรับตัว คิดสร้างสรรค์ เชื่อมโยงศาสตร์ที่หลากหลาย และสร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืนในทุกบริบทของชีวิต แนวคิด “ควอนตัม” ซึ่งมีรากเหง้าจากฟิสิกส์ว่าด้วยพฤติกรรมของสสารและพลังงานในระดับอนุภาค ได้นำ มาประยุกต์เป็นกรอบคิดในการพัฒนาองค์กร การศึกษา และทรัพยากรมนุษย์มากขึ้นเป็นลำดับ เพราะเป็นแนวคิด
ที่สะท้อนถึงความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุด การเชื่อมโยงที่ซับซ้อน และการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่
เมื่อพิจารณาอัตลักษณ์และปรัชญาการจัดการศึกษาของโรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จะพบว่าแนวคิดควอนตัมสามารถสะท้อนเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาผู้เรียนได้อย่างชัดเจน โรงเรียนการเรือน มีความเชี่ยวชาญด้านอาหาร การบริการ ศิลปวัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมุ่งบ่มเพาะบัณฑิต ที่มีทั้งความรู้เชิงวิชาการ ทักษะวิชาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ และจิตสำนึกต่อสังคม ในยุคที่ตลาดแรงงานต้องการบุคลากรที่มีศักยภาพรอบด้านมากกว่าความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว
แนวคิดสำคัญประการแรกของควอนตัมคือ “Superposition” หรือภาวะที่อนุภาคดำรงอยู่ได้หลายสถานะพร้อมกันก่อนถูกกำหนดสถานะที่ชัดเจน หลักการนี้เปรียบได้กับศักยภาพของนักศึกษาโรงเรียนการเรือน ที่ไม่ถูกจำกัดอยู่กับบทบาทใดบทบาทหนึ่ง นักศึกษาคนเดียวกันอาจเติบโตเป็นทั้งเชฟ นักออกแบบผลิตภัณฑ์อาหาร ผู้ประกอบการ นักพัฒนานวัตกรรมบริการ หรือผู้สร้างสรรค์เนื้อหาด้านอาหารและไลฟ์สไตล์ได้ในเวลาเดียวกัน การจัดการศึกษาของโรงเรียนการเรือนจึงมุ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพของตนเองในหลายมิติ เพื่อพัฒนาสู่บทบาทที่เหมาะสมกับความสามารถและแรงบันดาลใจของแต่ละคน
แนวคิดที่สองคือ “Quantum Entanglement” หรือการเชื่อมโยงขององค์ประกอบที่ส่งผลต่อกัน เป็นอย่างมาก แม้จะอยู่ในบริบทที่แตกต่างกัน หลักการนี้สะท้อนลักษณะสหวิทยาการของศาสตร์การเรือน ได้อย่างตรงจุด เพราะศาสตร์การเรือนมิใช่เพียงศาสตร์ว่าด้วยอาหารและการดำรงชีวิตเท่านั้น หากยังเชื่อมร้อย องค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์อาหาร โภชนาการ ศิลปะและการออกแบบ การบริหารจัดการ เทคโนโลยี นวัตกรรม วัฒนธรรมไทย และความยั่งยืนไว้อย่างเป็นระบบ การพัฒนาอาหารที่มีคุณภาพส่งผลต่อสุขภาวะผู้บริโภค งานบริการที่เป็นเลิศส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ขณะที่ผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้แก่ชุมชนและอุตสาหกรรมในภาพรวม
แนวคิดที่สามคือ “Quantum Leap” หรือการก้าวกระโดดเชิงคุณภาพ ซึ่งสะท้อนเป้าหมายหลัก ของโรงเรียนการเรือนได้ชัดเจนที่สุด การเรียนรู้ระดับอุดมศึกษาไม่ใช่เพียงการสะสมความรู้หรือฝึกฝนทักษะ แต่คือกระบวนการพัฒนาที่แปรเปลี่ยนผู้เรียนให้กลายเป็นมืออาชีพที่พร้อมสำหรับโลกอนาคต นักศึกษาได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ และ ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญของบัณฑิตคุณภาพในยุคเปลี่ยนผ่าน
ความโดดเด่นประการสำคัญของโรงเรียนการเรือนคือการจัดการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง (Experiential Learning) โดยมีศูนย์ฝึกปฏิบัติการอาหารนานาชาติเป็นแกนกลางสำคัญ นักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติจริงในกระบวนการผลิตอาหาร การบริการ การบริหารจัดการร้านอาหาร การควบคุมคุณภาพ และการบริหารทรัพยากร ในรูปแบบ ที่ใกล้เคียงกับสถานประกอบการจริงมากที่สุด ศูนย์ฝึกปฏิบัติการแห่งนี้จึงเป็น “สนามแห่งโอกาส” ที่ให้นักศึกษาได้ทดลอง เรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างแท้จริง สิ่งที่น่าสนใจคือนักศึกษาได้รับค่าตอบแทนจากการปฏิบัติงานด้วย สะท้อนแนวคิด “เรียนรู้ สร้างประสบการณ์ และสร้างรายได้” ไปพร้อมกัน นักศึกษาได้ฝึกการทำงานร่วมกับผู้อื่น บริหารเวลา แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ให้บริการลูกค้า และสร้างมาตรฐานการทำงานอย่างมืออาชีพ ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างยิ่ง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าศักยภาพที่ฝังอยู่ในผู้เรียนสามารถแปรเปลี่ยนเป็นคุณค่าที่จับต้องได้ เปรียบได้กับหลักการควอนตัมที่พลังงานเล็กน้อยในระดับอนุภาคสามารถก่อให้เกิดผลกระทบขนาดใหญ่ได้ ในมิติของการสร้างนวัตกรรม โรงเรียนการเรือนยังมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับผู้สูงอายุ อาหารแห่งอนาคต ผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรูปแบบธุรกิจที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล
โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงเป็นยิ่งกว่าสถาบันการศึกษาด้านอาหารและบริการ หากเป็นพื้นที่แห่งโอกาสที่ผู้เรียนสามารถค้นพบตนเอง เชื่อมโยงศาสตร์สู่การปฏิบัติ และก้าวกระโดดสู่การเป็นบัณฑิตมืออาชีพที่พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืน








