ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงแรงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ผลประกอบการของ Walmart ที่ออกมาน่าผิดหวัง รวมถึงราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและสร้างความกังวลต่อเงินเฟ้อ เป็นอีกปัจจัยกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปรับตัวลดลงพร้อมกันดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ 1.32% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ 0.87% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ 1.00%
แรงขายในตลาดเพิ่มขึ้นหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีขยับขึ้นแตะระดับ 4.704% ขณะที่พันธบัตรอายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นแตะ 5.259% แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะประกาศเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรเพื่อช่วยสนับสนุนเสถียรภาพของตลาดก็ตาม
การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทำให้นักลงทุนวิตกเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น และอาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาความกังวลเกี่ยวกับหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจถูกกดดันจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น
ด้านหุ้น Walmart ปรับตัวลงอย่างหนักหลังรายงานผลประกอบการและยอดขายที่สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน โดยหุ้นร่วงประมาณ 9.2% และฉุดหุ้นกลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคให้ปรับตัวลงตาม ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคกลับมาเป็นประเด็นสำคัญในตลาด
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ เพราะต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการ ขณะที่นักลงทุนยังประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแนวโน้มตลาดการเงินอย่างระมัดระวัง








