ดร.วรานี เวสสุนทรเทพ รองอธิการบดีฝ่ายวิทยาเขตสุพรรณบุรี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง “การประยุกต์แนวคิด Quantum กับการบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ภายใต้นโยบาย The power of SDU” ความว่า การนำแนวคิดบริหารจัดการเชิงควอนตัม (Quantum Management) มาประยุกต์ใช้อย่างก้าวกระโดดภายใต้นโยบาย The Power of SDU จะช่วยเปลี่ยนผ่านวิทยาเขตสู่ระบบนิเวศแห่งอนาคตผ่าน 4 องค์ประกอบสำคัญ
ประการแรกคือ การบริหารแบบความพัวพันเชิงระบบ (Quantum Entanglement) ที่มองว่าความสำเร็จของมหาวิทยาลัยและชุมชนมีความผูกพันที่แยกจากกันไม่ได้ วิทยาเขตสุพรรณบุรีจึงทำหน้าที่เป็น "Platform Integrator" หรือกลไกกลางเชิงระบบที่เชื่อมโยงต้นน้ำอย่างเกษตรปลอดภัย (HOMKHAJORN Farm) กลางน้ำคือนวัตกรรมอาหาร (WellFood Lab) และปลายน้ำคือเมืองสุขภาวะ (Wellness City) เข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อตอบโจทย์ The Power of Community Engagement ในการสร้างเศรษฐกิจองค์รวม (Holistic Economy) ที่ทุกส่วนส่งผลกระทบถึงกัน
ประการต่อมาคือ สถานะที่ซ้อนทับและการบริหารพื้นที่แบบไฮบริด (Quantum Superposition) โดยยกระดับพื้นที่วิทยาเขตให้เป็นมากกว่าสถานที่บรรยาย แต่เป็น "Living Lab" และ "Platform-based Area Development University" ที่ดำรงสถานะเป็นทั้งห้องเรียนจริงผ่านระบบ CWIE เป็นห้องปฏิบัติการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเป็นพื้นที่ทดลองตลาดจริงผ่าน Wellness Café ไปพร้อมกัน ซึ่งสอดรับกับนโยบาย The Power of Next Learning Ecosystem ที่มุ่งเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในหลากหลายมิติแนวทางนี้ช่วยให้พื้นที่เพียงแห่งเดียวสามารถสร้างคุณค่าได้หลากหลายสถานะในเวลาเดียวกัน ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกสมัยใหม่
ประการที่สามคือ การสร้างผลกระทบแบบเครือข่ายไร้พรมแดน (Non-locality) ซึ่งเน้นการส่งผ่านนวัตกรรมและผลลัพธ์ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงพื้นที่ทางกายภาพของวิทยาเขต แต่ขยายผลโครงการ "หอมขจรโมเดล" ไปสู่ชุมชนต่างๆ ในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลาง–ตะวันตก (CWEC) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของประชาชนในวงกว้างตามนโยบาย The Power of Research & Innovation ที่มุ่งสร้างมูลค่าผลกระทบทางสังคม (SROI) ให้สูงกว่าเงินทุนวิจัย โดยตั้งเป้าหมายในปี 2569 ให้มีมูลค่า SROI มากกว่า 9 เท่าของเงินลงทุน
ประการสุดท้ายคือ การบริหารด้วยข้อมูลและการสังเกตการณ์ (Data-driven Observation) ผ่านระบบ WellFood Knowledge Platform & Impact Dashboard ที่นำ Big Data และ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้านบุคลากร หลักสูตร และความต้องการของชุมชนแบบ Real-time ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเพื่อการรายงาน แต่เป็นกลไกในการสังเกตการณ์สถานะของระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และความพึงพอใจของทุกภาคส่วนอย่างแม่นยำ การสังเกตการณ์ที่แม่นยำจะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถ "ยุบสถานะ" (Wave function collapse) ของปัญหาให้กลายเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว
มหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยใช้ความเชี่ยวชาญและอัตลักษณ์ของสถาบันเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งในปี พ.ศ. 2569 นี้ ท่านอธิการบดีได้มอบนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ให้ทั้งวิทยาเขตและศูนย์การศึกษาดำเนินโครงการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยวิทยาเขตสุพรรณบุรีมุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการ SUPHANBURI WELLFOOD VALLEY ECOSYSTEM ภายใต้แนวคิด "From Safe Food to Wellness City and Longevity Society" เพื่อยกระดับจากพื้นที่จัดการศึกษาไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มต้นแบบด้านอาหารปลอดภัยและเศรษฐกิจสุขภาวะอย่างครบวงจร
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ก้าวกระโดดนี้ยังอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภายในแบบบูรณาการ (Integrated Internal Ecosystem) ทั้งคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนการเรือน คณะพยาบาลศาสตร์ และคณะวิทยาการจัดการ ซึ่งเปรียบเสมือนอนุภาคที่ทำงานสอดประสานกันในสนามพลังเดียวกัน โดยมุ่งเน้นการสร้างผลผลิต (Output) ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อาทิ แหล่งผลิตวัตถุดิบปลอดภัย ฐานข้อมูลท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ WellFood ต้นแบบ ไปจนถึงเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ (Wellness Route) ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จทางวิชาการ แต่คือการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาวะและสังคมอายุยืนที่ประชาชนอยู่ดีมีสุข (SDU HAPPY) อย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี
การนำแนวคิด Quantum มาบริหารวิทยาเขตสุพรรณบุรี ตามนโยบาย The Power of SDU คือ การเลิกมองวิทยาเขตเป็นเพียง "สาขา" แต่เปลี่ยนให้เป็น "จุดกำเนิดพลังงาน (Energy Node)" ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน และสามารถสร้างปฏิกิริยาก้าวกระโดดเพื่อยกระดับทั้งตัวมหาวิทยาลัยและชุมชนท้องถิ่นสุพรรณบุรีไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน








