ผศ.ดร.ภคพร กระจาดทอง ดร.วาสนา จักรแก้ว คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ผศ.สร้อย ไชยเดช โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นำเสนอบทความเรื่อง "การสร้าง DNA ผู้นำองค์กรยุค AI เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างยั่งยืน"
โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การบริหารองค์กร และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เทคโนโลยี AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเท่านั้น หากแต่ได้กลายเป็น "พลังขับเคลื่อน" ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันขององค์กรทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง แม้องค์กรจำนวนมากจะลงทุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เป็นจำนวนมหาศาล จากผลการศึกษาของ MIT Sloan Management Review และ Deloitte Digital พบว่า ความล้มเหลวของ Digital Transformation ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของเทคโนโลยี หากเกิดจาก "ภาวะผู้นำ" ที่ไม่สามารถสร้างความพร้อมของบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงได้ กล่าวคือ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI เป็นเรื่องของ "คน" มากพอ ๆ กับ "เทคโนโลยี"
บทบาทของผู้นำจึงเปลี่ยนแปลงจากการเป็นผู้ควบคุม ไปสู่การเป็นผู้สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของ AI เข้ากับศักยภาพของมนุษย์ จนเกิดเป็นองค์กรที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัว และสร้างนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่แนวคิด AI-Ready Leader ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่ออธิบายคุณลักษณะของผู้นำที่พร้อมรับมือกับโลกยุคใหม่ ซึ่งไม่เพียงเข้าใจเทคโนโลยี แต่ยังสามารถบริหารคนด้วยความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการมีเป้าหมายร่วมในการพัฒนาองค์กร หากเปรียบองค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต "DNA" คือรหัสพันธุกรรมที่กำหนดลักษณะ วิธีคิด และพฤติกรรมขององค์กร ผู้นำก็เปรียบเสมือนผู้กำหนด DNA ขององค์กร เพราะแนวคิด วิธีบริหาร และค่านิยมของผู้นำจะหล่อหลอมวัฒนธรรมองค์กร ถ่ายทอดไปสู่บุคลากร และสะท้อนออกมาในผลการดำเนินงาน
ผู้นำในยุค AI ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียนโปรแกรม แต่จำเป็นต้องเข้าใจศักยภาพของเทคโนโลยี สามารถตั้งคำถามที่ถูกต้อง และใช้ AI เป็นเครื่องมือในการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรการนำคนด้วยหัวใจในยุคของปัญญาประดิษฐ์ แม้ AI จะเข้ามาทดแทนงานหลายประเภท แต่ยังไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถทดแทนคุณค่าของความเป็นมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ ความเห็นอกเห็นใจ ความไว้วางใจ จริยธรรม และแรงบันดาลใจ ยังคงเป็นคุณลักษณะที่ AI ไม่สามารถสร้างขึ้นได้
ด้วยเหตุนี้ AI-Ready Leader จึงต้องเป็นผู้นำที่ให้ความสำคัญกับ "คน" ควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ดังนี้ 1.ผู้นำมีการบริหารด้วยความเข้าอกเข้าใจ ผู้นำต้องสามารถรับฟัง เข้าใจความรู้สึกของบุคลากร ลดความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามาของ AI และเปลี่ยนความกลัวให้กลายเป็นโอกาสในการเรียนรู้ 2. มีความไว้วางใจเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลง บุคลากรจะยอมรับ AI ก็ต่อเมื่อเชื่อมั่นว่าผู้นำมีความโปร่งใส มีจริยธรรม และใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาศักยภาพของคน มากกว่าการทดแทนคน และ 3. ผู้นำต้องสร้างเป้าหมายร่วมขององค์กรที่ชัดเจน ทำให้บุคลากรเห็นว่าการนำ AI มาใช้ไม่ได้เป็นเพียงการลดต้นทุนหรือเพิ่มกำไร แต่เป็นการสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ลูกค้า สังคม และประเทศการเป็น AI-Ready Leader มิใช่การเรียนรู้เทคโนโลยีเพิ่มเติมเพียงไม่กี่หลักสูตร หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลง "วิธีคิด" ของผู้นำทั้งระบบผู้นำยุคใหม่จำเป็นต้องพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) เปิดรับนวัตกรรม กล้าทดลองสิ่งใหม่ และพร้อมเรียนรู้จากความล้มเหลว สามารถทำงานร่วมกับ AI ในฐานะ "ผู้ช่วยอัจฉริยะ" มากกว่ามอง AI เป็นคู่แข่งขัน
สำหรับสถาบันอุดมศึกษา การพัฒนาผู้นำยุค AI ควรเริ่มตั้งแต่การออกแบบหลักสูตรที่บูรณาการความรู้ด้านเทคโนโลยี ภาวะผู้นำ จริยธรรม และการคิดเชิงระบบ เพื่อผลิตบัณฑิตที่พร้อมทำงานในโลกแห่ง AI อย่างมีคุณภาพ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในอนาคตจะไม่ใช่ผู้ที่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือผู้ที่สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของเทคโนโลยีเข้ากับศักยภาพของมนุษย์ได้อย่างลงตัว AI-Ready Leader จึงเป็น "DNA ใหม่ของภาวะผู้นำ" รวมความสามารถในการนำเทคโนโลยี (Lead with Technology) เข้ากับศิลปะแห่งการนำคน (Lead with People) จนเกิดเป็นผู้นำที่สามารถสร้างนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กรและสังคม เป็นองค์กรที่มีผู้นำซึ่งเข้าใจว่า "เทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อน แต่คนคือหัวใจของการเปลี่ยนแปลง" และสามารถหล่อหลอมทั้งสองสิ่งให้กลายเป็น DNA เดียวกันขององค์กร เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนต่อไป








