รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์
ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
คนรุ่น Gen Z เติบโตมากับอินเทอร์เน็ต สมาร์ตโฟน สื่อสังคมออนไลน์ และข้อมูลจำนวนมหาศาล ทำให้คุ้นเคยกับการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ชอบเรียนรู้จากภาพ วิดีโอ และสื่อที่มีความรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากข้อมูลที่มากเกินไป ข่าวปลอม ความรู้แบบผิวเผิน และการพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ อาจารย์ที่คน Gen Z ต้องการต้องเป็นผู้ที่รู้ว่าจะเปลี่ยนความรู้นั้นให้กลายเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างไร
ประเด็นหนึ่งที่คน Gen Z สะท้อนอย่างชัดเจน คือการบรรยายต่อเนื่องตลอดชั่วโมงเรียน โดยเฉพาะรายวิชาที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง อาจไม่เหมาะกับธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนในปัจจุบัน การนั่งฟังข้อมูลจำนวนมากโดยไม่มีโอกาสคิด ถาม แลกเปลี่ยน หรือทดลองปฏิบัติ อาจส่งผลให้ผู้เรียนรู้สึกห่างเหินจากบทเรียนและไม่เห็นความหมายของสิ่งที่เรียน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การบรรยายทั้งหมด เพราะการบรรยายยังมีความจำเป็นในบางเนื้อหา แต่สิ่งที่ต้องเปลี่ยนคือ การออกแบบจังหวะการเรียนรู้ อาจารย์อาจแบ่งการบรรยายเป็นช่วงสั้น ๆ สลับกับการตั้งคำถาม การอภิปราย กรณีศึกษา การทำกิจกรรม หรือการทดลองแก้ปัญหา วิธีการเช่นนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้คิดและนำความรู้ไปใช้จริง โดยไม่ “ฟังผ่าน ๆ”
ผู้เรียน Gen Z ต้องการอาจารย์ที่รับฟังและเข้าใจผู้เรียน การรับฟังในที่นี้ หมายถึงการเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม หรือสะท้อนปัญหาอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่รู้สึกว่าความคิดเห็นของตนเองไร้คุณค่า
อาจารย์ที่รับฟังต้องเป็นอาจารย์ที่มีความมั่นคงทางวิชาการมากพอที่จะยอมรับว่า ในบางเรื่องผู้เรียนอาจมีประสบการณ์หรือมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไป และสามารถนำความแตกต่างนั้นมาใช้สร้างการเรียนรู้ร่วมกันได้
อีกคุณลักษณะหนึ่งที่สำคัญของอาจารย์ที่ Gen Z ชอบ คือความสามารถในการเชื่อมโยงบทเรียนกับโลกปัจจุบัน Gen Z มักตั้งคำถามว่า “เรียนเรื่องนี้ไปทำไม” “นำไปใช้กับชีวิตจริงได้อย่างไร” หรือ “ความรู้นี้เกี่ยวข้องกับอาชีพในอนาคตหรือไม่”
คนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ไม่ใช่ไม่เห็นคุณค่าของความรู้ แต่ต้องการเห็นความหมายของการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม อาจารย์ควรนำเหตุการณ์ร่วมสมัย ข่าวสาร ปัญหาสังคม หรือสถานการณ์จริงมาเชื่อมโยงกับเนื้อหา เพื่อให้ผู้เรียนมองเห็นว่าทฤษฎีไม่ได้อยู่เฉพาะในตำรา แต่สามารถใช้ทำความเข้าใจโลกได้
ด้านเทคโนโลยี คน Gen Z ไม่ได้ต้องการให้อาจารย์ใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ดูทันสมัย แต่ต้องการให้เทคโนโลยีช่วยให้เรียนรู้ได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิดีโอสั้น โปรแกรมจำลองสถานการณ์ ระบบตอบคำถามออนไลน์ สื่อเสมือนจริง หรือปัญญาประดิษฐ์
ตัวอย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (Virtual Reality - VR) เพื่อจำลองชุมชนหรือสถานการณ์ก่อนลงพื้นที่จริง สามารถช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบริบทและเตรียมตัวได้ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีทำหน้าที่ขยายขอบเขตการเรียนรู้ ไม่ใช่เข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา
นอกจากนี้ คน Gen Z ยังชื่นชอบการนำเสนอผลงานในรูปแบบใหม่ การยืนอ่านสไลด์หน้าชั้นไม่เพียงพอสำหรับการพัฒนาทักษะในโลกปัจจุบัน การเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำคลิปวิดีโอ ผลิตคอนเทนต์ สร้างพอดแคสต์ ออกแบบสื่อ หรือพัฒนาโครงงาน จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทั้งการคิด การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
ในอีกด้านหนึ่ง การเปลี่ยนการสอนให้สนุกและใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ต้องไม่ทำให้มาตรฐานทางวิชาการลดลง เพราะปัญหาท้าทายสำคัญของคนรุ่นใหม่คือ ความสามารถในการอ่านเนื้อหาที่ยาวและซับซ้อนลดลง รวมถึงการใช้ (Artificial Intelligence: AI) สรุปเนื้อหาแทนการอ่านด้วยตนเอง
อาจารย์ต้องทำหน้าที่มากกว่าเดิม ไม่ห้ามใช้ AI แต่ต้องสอนให้นักศึกษาใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณ รู้จักตรวจสอบแหล่งข้อมูล วิเคราะห์ความถูกต้อง เปรียบเทียบหลายมุมมอง และไม่ยอมรับคำตอบที่ AI สร้างขึ้นโดยทันที
ในโลกที่ AI ตอบคำถามได้รวดเร็ว อาจารย์ต้องสอนให้นักศึกษาตั้งคำถามให้ดีขึ้น เพราะคุณค่าของมนุษย์ในอนาคตอยู่ที่การคิดเชื่อมโยง การตัดสินใจอย่างมีเหตุผล การเข้าใจผู้อื่น และการรับผิดชอบต่อผลกระทบจากการใช้ความรู้
ดังนั้น อาจารย์ที่ถูกใจคน Gen Z คืออาจารย์ที่เข้าใจธรรมชาติของผู้เรียน และออกแบบการเรียนรู้ให้มีทั้งความสนุก ความท้าทาย และความหมาย ไม่ใช่อาจารย์ที่ตามใจ ไม่ใช่อาจารย์ที่ลดเนื้อหาให้เหลือน้อยที่สุด และไม่ใช่อาจารย์ที่เปลี่ยนทุกอย่างให้กลายเป็นความบันเทิง อาจารย์ต้องเปลี่ยนจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” ไปเป็น “ผู้ออกแบบการเรียนรู้” จาก “ผู้ควบคุมชั้นเรียน” ไปเป็น “ผู้สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางความคิด” และจาก “ผู้ให้คำตอบ” ไปเป็น “ผู้สร้างกระบวนการตั้งคำถาม” ที่ทำให้ผู้เรียนคิดลึกซึ้งขึ้น
“อาจารย์มหาวิทยาลัยแบบไหน? ที่ถูกใจคน Gen Z” คำตอบนั้นเรียบง่ายกว่าที่คิด!!! เพราะคน Gen Z ไม่ได้ต้องการอาจารย์ที่สมบูรณ์แบบ กลับต้องการอาจารย์ที่พร้อมเรียนรู้ไปกับผู้เรียน เข้าใจว่าผู้เรียนแต่ละคนแตกต่างกัน และสามารถทำให้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ที่ทุกคนกล้าคิด กล้าลอง และกล้าเติบโต
ในวันที่ความรู้หาได้ง่าย ๆ จากทุกที่ สิ่งที่อาจารย์ต้องส่งมอบให้กับผู้เรียน คือวิธีคิด คุณค่า ความรับผิดชอบ และความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ครับ








