ประชาชนเรียกร้องผ่านส.ส.เขตบางกอกน้อย พรรคพลังประชารัฐ จัดหารถ-เรือ อำนวยความสะดวกขนส่งผู้โดยสารจากถนนจรัญสนิทวงศ์เข้าระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินในช่วงที่ยังไม่เปิดบริการเต็มรูปแบบ เชื่อช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้เป็นไปตามเป้า800,000คนต่อวัน ไม่ต้องรอจนถึงมี.ค.63

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมาการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดให้ประชาชนได้ทดลองใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายฟรี 5 สถานี ได้แก่ สถานีวัดมังกร สถานีสามยอด สนานีสนามไชย สถานีอิสรภาพ และสถานีท่าพระ เป็นระยะเวลา 2 เดือน จากนั้นในวันที่ 30 กันยายน 2562 จะเปิดทั้งเส้นทางอีก6 สถานีไปถึงสถานีหลักสอง

ขณะที่เส้นทางรถไฟฟ้าสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน – สถานีท่าพระ ซึ่งวิ่งผ่านถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งสาย จะทดลองเดินรถได้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 และเปิดเดินรถเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีลักษณะเชื่อมต่อกันเป็นวงแหวนขนาดใหญ่ หรือ Circle Line ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน และเชื่อมต่อการเดินทางระหว่างฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนคร

หลังจากเปิดทดลองวิ่งมาระยะหนึ่งมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ส่งถึง
นายจักรพันธ์ พรนิมิตร สส.เขตบางกอกน้อย พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ ซึ่งนายจักรพันธ์ได้นำเรื่องหารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ว่า เส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วงเตาปูน-สถานีท่าพระ จะเปิดให้บริการได้ในเดือนมีนาคมปีหน้า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะจัดให้มีรถ-เรือรับส่งประชาชน เป็นshuttle bus และshuttle boat จากถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งสายเพื่อไปส่งต่อที่สถานีท่าพระและสถานีเตาปูน รวมทั้งจัดเรือโดยสารไปส่งคนที่ท่าเรือราชินีซึ่งใกล้กับสถานีสนามไชย

เนื่องจากแนวถนนสนิทวงศ์ติดแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสาย “จากการลงพื้นที่พบปะประชาชนที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน และผู้อาศัยตามแนวเส้นทาง เห็นว่าหากดำเนินการจัดรถ-เรือรับส่งผู้โดยสารจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนในช่วงเวลาที่เส้นทางนี้ยังไม่เปิดบริการ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้คือมีผู้โดยสาร 800,000 คนต่อวัน ขอให้จัดบริการในระยะเวลา 6 เดือนก่อนจะเปิดบริการครบทั้งเส้นทางในเดือนมีนาคม 2563” นายจักรพันธ์ กล่าว

นายจักรพันธ์ ยังระบุอีกว่าหลังจากได้หารือเรื่องการจัดหารถ-เรือ รับส่งผู้โดยสารดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร์แล้ว ขณะนี้เรื่องถูกส่งไปยังคณะกรรมการพิจารณาการเชื่อมต่อระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกับขนส่งสาธารณูปโภคแบบอื่น โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งจราจร(สนข.) ไปศึกษารูปแบบการพัฒนาการเชื่อมต่อการเดินทางของสถานีรถไฟฟ้าให้เหมาะสมตามกายภาพพื้นที่และให้นำเสนอรายงานในการประชุมครั้งต่อไป
นอกจากนี้นายจักรพันธ์ ยังเสนอว่า ขอให้ผู้รับเหมาโครงการเร่งแก้ปัญหาจุดอันตรายที่เกิดจากการก่อสร้าง เช่น เครื่องหมายจราจรลบเลือน (ทางม้าลาย, เส้นแบ่งเลน) และจุดบังสายตาผู้ขับขี่รถบริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 40/1ซึ่งมีโครงสร้างเสารถไฟฟ้าบดบังเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ และบริเวณสถานีบางหว้ารถไฟฟ้าสายสีเขียวตรงช่วงถนนราชพฤกษ์ มีผู้โดยสารรอรถจำนวนมาก แต่แสงสว่างน้อยเสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรม