การเลือกเครื่องฟอกอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้องเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การใช้งานได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย หากคุณกำลังมองหาเครื่องฟอกอากาศ สิ่งที่ควรพิจารณานอกจากฟีเจอร์และแบรนด์แล้ว “ราคาของเครื่องฟอกอากาศ” ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะช่วยแนะนำวิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศให้ตรงใจ พร้อมเคล็ดลับการคำนวณขนาดห้องเพื่อให้เหมาะสมกับราคาและประสิทธิภาพการใช้งาน

ทำไมขนาดห้องถึงสำคัญต่อการเลือกเครื่องฟอกอากาศ?
เครื่องฟอกอากาศแต่ละรุ่นมีค่าความสามารถในการฟอกอากาศที่ต่างกัน ซึ่งจะถูกกำหนดด้วยขนาดพื้นที่ที่เครื่องนั้นสามารถฟอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไปจะมีหน่วยวัดเป็นตารางเมตรหรือความจุลูกบาศก์เมตร (m³) หากเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เล็กเกินไปสำหรับห้องขนาดใหญ่ จะทำให้อากาศไม่สะอาดตามที่ต้องการ หรือหากเลือกเครื่องใหญ่เกินไปสำหรับห้องเล็ก อาจทำให้เสียค่าไฟเพิ่มโดยไม่จำเป็น

วิธีคำนวณขนาดห้องเพื่อเลือกเครื่องฟอกอากาศ
1.    วัดขนาดพื้นที่ห้อง
 เริ่มต้นด้วยการวัดความกว้าง ความยาว และความสูงของห้อง โดยใช้หน่วยเป็นเมตร
 เช่น ห้องกว้าง 4 เมตร ยาว 5 เมตร สูง 3 เมตร


2.    คำนวณปริมาตรอากาศในห้อง
 นำขนาดแต่ละด้านมาคูณกันเพื่อหาปริมาตรของห้อง
 4 x 5 x 3 = 60 ลูกบาศก์เมตร


3.    เลือกเครื่องฟอกอากาศที่รองรับปริมาตรอากาศได้เท่ากับหรือมากกว่า
 เครื่องฟอกอากาศมักระบุขนาดห้องที่เหมาะสมไว้ เช่น รองรับพื้นที่ได้ 50-70 ตารางเมตร หรือปริมาตรอากาศ 60 ลูกบาศก์เมตร เป็นต้น


ราคาเครื่องฟอกอากาศสัมพันธ์กับขนาดห้องอย่างไร?
ราคาของเครื่องฟอกอากาศมักขึ้นอยู่กับขนาดและประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง โดยเครื่องที่สามารถฟอกอากาศได้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ มักจะมีราคาสูงกว่าเครื่องสำหรับห้องขนาดเล็ก เพราะต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าและกำลังไฟมากกว่า อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงไม่ได้หมายความว่าเหมาะกับทุกคน เพราะถ้าคุณมีห้องขนาดเล็ก การเลือกเครื่องใหญ่เกินไปอาจไม่คุ้มค่าเคล็ดลับเลือกเครื่องฟอกอากาศให้ตรงใจตามราคาและขนาดห้อง

•    กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน
 ก่อนตัดสินใจซื้อ ให้ตั้งงบประมาณคร่าว ๆ และเลือกเครื่องที่เหมาะสมกับขนาดห้องตามงบประมาณนั้น ๆ เช่น หากมีงบจำกัด อาจเลือกเครื่องที่รองรับพื้นที่เล็ก ๆ หรือห้องเดี่ยวก่อน

•    เช็คฟีเจอร์และเทคโนโลยีเสริม
 บางรุ่นอาจมีฟีเจอร์เสริม เช่น การกรองกลิ่น การฆ่าเชื้อไวรัส หรือเซนเซอร์อัจฉริยะ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาเครื่องฟอกอากาศ ให้พิจารณาว่าฟีเจอร์ไหนจำเป็นกับการใช้งานจริง

•    เลือกซื้อจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ
 แม้ราคาจะสูงกว่าแต่ได้เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพและบริการหลังการขายดี ช่วยให้ใช้งานได้นานและคุ้มค่ามากกว่า

•    พิจารณาค่าใช้จ่ายระยะยาว
 เช่น ค่ากรองอากาศหรือค่าบำรุงรักษา เพราะบางเครื่องราคาเครื่องฟอกอากาศถูก แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้สูง ทำให้รวมแล้วอาจแพงกว่า

การเลือกเครื่องฟอกอากาศไม่ควรดูแค่ราคาของเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียว แต่ต้องดูควบคู่กับขนาดห้องและความเหมาะสม เพื่อให้ได้เครื่องที่ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด วิธีง่าย ๆ คือ วัดขนาดห้องและหาปริมาตรอากาศก่อน จากนั้นเลือกเครื่องฟอกอากาศที่รองรับพื้นที่นั้นได้ดี และอย่าลืมพิจารณางบประมาณ ฟีเจอร์ และบริการหลังการขายด้วย