พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในโอกาสเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้ประกันตนในสถานประกอบการกับ 9 หน่วยงาน ว่า ตามนโยบายของกระทรวงแรงงานมอบเป็นของขวัญให้ “คนไทยสุขสันต์ของขวัญปีใหม่ 2562” ได้ให้ความสำคัญเรื่องปัญหาสุขภาพของลูกจ้างผู้ประกันตน โดยกำหนดแผนงานเชิงรุกให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานร่วมกันบูรณาการส่งเสริมสุขภาพผู้ใช้แรงงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด โดยร่วมกับ 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พร้อมด้วยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข คือ กรมการแพทย์ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมสุขภาพจิต สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้บริการแก่ผู้ประกันตนถึงสถานที่ประกอบการ โดยจัดให้มีบริการสุขภาพทั่วไป เช่นตรวจสุขภาพช่องปาก ตรวจทางห้องปฎิบัติการเอกซเรย์ทรวงอก ตรวจหามะเร็งปากมดลูก ฯลฯ รวมถึงการจัดทีมแพทย์เฉพาะทางในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตรวจสุขภาพให้การแนะนำแก่ผู้ประกันตน และการจัดนิทรรศการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับงานด้านสุขภาพอนามัยและสุขภาวะต่าง ๆ

ทั้งนี้ จะดำเนินการนำร่องกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกในสถานประกอบการ ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ จ.ชลบุรี เพื่อกระตุ้นให้นายจ้างและผู้ประกันตนได้รับการตรวจสุขภาพและสนใจสุขภาวะมากขึ้น

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทย พบว่า ประชากรคนวัยทำงาน ร้อยละ 9 เป็นโรคเบาหวาน ร้อยละ 25 เป็นความดันโลหิตสูง ผู้หญิงร้อยละ 55 และผู้ชายร้อยละ 42 มีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ผู้หญิงร้อยละ 20 และผู้ชายร้อยละ 19 มีกิจกรรมร่างกายไม่เพียงพอ สถานการณ์ปัญหาสุขภาพคนวัยทำงานที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อให้คนวัยทำงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีจากการทำงาน โดยมีการพัฒนารูปแบบของการส่งเสริมสุขภาพคนวัยทำงานด้วยชุดความรู้สุขภาพ 10 เรื่อง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมให้สถานประกอบการนำไปใช้ออกแบบกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้วัยทำงานตามสภาพปัญหาทางสุขภาพ ในแต่ละมิติและตามความต้องการของสถานประกอบการ เพื่อให้คนวัยทำงานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น