เวทีสัมมนา "Entertainment Complex: ก้าวใหม่ของเศรษฐกิจและสังคมไทย" หนุนเปิด “ชัชวาลล์”หนุนจะได้นำเงินมาช่วยเด็กไทย-ชาวนา-ภัยพิบัติ แนะคุมเข้ม

วันที่ 20 มี.ค.68 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ.ได้จัดสัมมนา "Entertainment Complex: ก้าวใหม่ของเศรษฐกิจและสังคมไทย" โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้ช่วยศาตราจารย์ณัฐกร วิทิตานนท์ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  นายวีรวิชญ์ เครือสมบัติ ที่ปรึกษามูลนิธิพัฒนาปาตองและประธานชมชมรมสถานบันเทิงหาดป้าดป้าตอง และรศ.ยุทธพร อิสรชัย หาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รวมพูดคุย

โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดงานว่า เรื่องดังกล่าวควรมีการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพราะรัฐบาลก็มองเรื่องการฟื้นเศรษฐกิจให้กับประเทศทั้งการท่องเที่ยว และการลงทุน แต่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ก็มองว่า ขัดกับจริยธรรม และเป็นการมอมเมาประชาชน แต่ก็ยังมีอีกมุมหนึ่งที่ยังไม่มีใครพูดถึง ที่ความเป็นจริงนั้น การพนัน เป็นคำที่ใช้มาตั้งแต่โบราณ รวมถึงคำว่า “บ่อน” ด้วย และปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศมีบ่อนหรือไม่ แม้แต่จังหวัดไกล ๆ อย่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีบ่อนหลายแห่ง ทั้งที่ขัดต่อกฎหมาย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ก็มีบ่อยหลายแห่ง และ 70% ของผู้ที่เข้าไปเล่น คือ คนไทย ดังนั้น เมื่อจะออกกฎหมายก็ต้องพิจารณาความเหมาะสม ทั้งเหตุผล ข้อดี และข้อเสียที่จะต้องพิจารณาให้รอบด้าน 

“การมีบ่อนถูกกฎหมายนั้น ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ซึ่งตนไม่ได้สนับสนุนว่าจะให้มีหรือไม่ แต่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน และรัฐบาลเองก็มาจากประชาชน ผู้ที่คัดค้านก็คือประชาชน ดังนั้น จึงขอให้ตัดสินใจให้ดี” 

นายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนเคยเสนอเรื่อง Entertainment Complex มาแล้วกว่า 30 ปี แต่ถูกกระแสสังคมคัดค้าน และทัวร์ลงทุกครั้งที่ออกมาสนับสนุน  เพราะในวันนั้นไม่ได้มีแค่กาสิโน แต่ยังมีหลายอย่างอยู่ในนั้น ทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรมฯ ซึ่งสามารถสร้างรายได้เข้ารัฐจำนวนมาก แต่สิ่งที่ตนเองคิดต่างก็คือต้องการเก็บภาษีที่ได้จากการ ทำ Entertainment Complex มาช่วยสนับสนุนการศึกษาให้กับเด็กไทย พัฒนาเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา รวมถึงนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาการสร้างโอกาสให้กับคนไทยในด้านต่างๆรวมทั้งนำไปช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรเมื่อประสบภัยพิบัติ โดยไม่ต้องพึ่งงบประมาณของรัฐ โดยเชื่อว่า หากสามารถเปิดได้อย่างถูกต้อง ก็จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมาก

นายชัชวาลล์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่จะเข้ามาฟอกเงินเชื่อว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครๆก็เข้าไปในเล่นกาสิโนได้ เพราะไม่สามารถนำเงินสดเข้าไปได้ ต้องซื้อแคชเชียร์เช็คจากธนาคาร มีการตรวจสอบที่รัดกุมอยู่แล้วว่านำเงินมาจากไหน รวมทั้งระบบความปลอดภัยในนั้นมีกล้องเป็นพันตัว มีกติกาการเข้าไปเล่นที่เข้มงวด ถ้าทำทุกอย่างให้ถูกต้องรัดกุมก็จะช่วยได้ สมมติว่าต้องวางเงินมัดจำ ถ้าใครทำผิดเงื่อนไขก็ริบเงินมัดจำก็จะเป็นรายได้เข้ารัฐด้วยอีกทางหนึ่ง 

"โดยส่วนตัวเสนอว่าให้พ่วงการพนันออนไลน์เข้าไปด้วย เพราะปัจจุบันเด็กเยาวชนเล่นการพนันออนไลน์อยู่แล้วคนละ 10-20 บาท ก็รวมแล้วเป็นพันล้านต่อเดือน  จึงเสนอทำให้ถูกต้องรัดกุมจะดีกว่า" นายชัชวาลล์ กล่าว 

ด้าน นายวิทยา กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีการ่างล่าสุด มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายเรื่องตั้งแต่การขอรับใบอนุญาต ที่ผู้ต้องการประกอบการจะต้องมีทุนพอสมควร และผู้ที่จะเข้าใช้บริการกาสิโน จะต้องซื้อบัตรแลกเข้า 5,000 บาท และมีเงินฝากในบัญชีฝากประจำ 50 ล้านบาทขึ้นไป รวมถึง ป.ป.ง.ยังมีส่วนสำคัญ ที่จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการนโยบาย เพื่อกำกับให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการที่ ป.ป.ง.กำหนดตั้งแต่การตรวจสอบผู้ประกอบการที่ต้องการจะขอประกอบธุรกิจกาสิโน การคัดกรองผู้เล่น บันทึกผู้เล่นตามที่กฎหมายกำหนด และผู้ประกอบการจะต้องรายงานธุรกิจทางการเงินของมายัง ป.ป.ง.เพื่อตรวจสอบและป้องกันการฟอกเงินด้วย

พร้อมยืนยันว่า จะไม่มีการแฝงตัว หรือเปิดบัญชีม้า เพื่อลักลอบเข้าไปใช้บริการกาสิโนได้ ดังนั้น จึงเห็นว่า ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ฉบับนี้มีความเข้มงวด ประชาชนสามารถเบาใจได้ เพราะมีมาตรการกำกับ ป้องกัน และปราบปราม ส่วนกลไกป้องกันการฟอกเงินของกาสิโนตามเนื้อหาในร่างกฎหมายตามความกังวลของภาคประชาชน มีเพียงพอแล้วหรือยังนั้น ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ง.ยืนยันว่า มีความเข้มข้น และมีมาตรการการป้องกันตามที่ภาคประชาชนมีความกังวลในสาระสำคัญ ตั้งการกระบวนการรับลูกค้า การแสดงตนมีบัตรประชาชน ระบุเวลาการใช้บริการ ถ้าเงินเกินอัตราที่กำหนดต้องรายงานกลับมาที่ ป.ป.ง. ดังนั้น จึงยืนยันว่า สถานบันเทิงครบวงจร จะไม่ถูกใช้ฟอกเงินอย่างแน่นอน 

ขณะที่ นายณัฐกร กล่าวว่า ตนขอยกโมเดลธุรกิจกาสิโนในต่างประเทศ ทั้งที่รุ่ง และร่วง ซึ่งที่รุ่ง เช่น ในสิงคโปร์, ฮ่องกง, ดูไบ, ญี่ปุ่น และมาเก๊า ซึ่งกาสิโนจะรุ่งได้นั้น จะต้องมีมาตรการ มีเป้ามหายชัดเจน มีความรอบคอบใช้ระยะเวลานานในการศึกษา มีกระบวนการการมีส่วนร่วมของพื้นที่ และที่ร่วง อาทิ แอตแลนติกซิตี้ สหรัฐอเมริกา, สีหนุวิลล์ บ่อเต็น กัมพูชา และ สปป.ลาว ซึ่งปัญหาหลักเพราะไร้การดูแล เช่น สปป.ลาว ที่กฎหมายห้ามชาวลาวเข้าเล่น แต่ก็ยังพบชาวลาวเข้าไปใช้บริการ และมีสิทธิพลเมืองจีน ที่มีมาตรการป้องกันไม่ให้พลเมืองเข้าไปใช้บริการ รวมถึงถูกการพนันออนไลน์มาแย่งส่วนแบ่งด้วย

นายณัฐกร กล่าวอีกว่า ในร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ก็ยังมีความลักลั่น เช่น เป้าหมายต้องการแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายในประเทศ แต่มีการกำหนดเงื่อนไขผู้เข้าใช้บริการจะต้องเสียค่าแรกเข้า 5,000 บาท และกำหนดให้มีเงินฝาก 50 ล้านในบัญชีเงินฝากประจำ ทั้งที่ประชาชนที่เล่นการพนันผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ไม่เข้าเงื่อนไข และเล่นตามงานศพ และปัญหาสำคัญ คือ รัฐบาล ยังไม่ทราบว่า ต้องการจะเปิดสถานบันเทิงครบวงจรในพื้นที่ใด และในร่างกฎหมายก็ไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขที่ตั้ง แตกต่างจากรายละเอียด ที่มีการศึกษาในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กำหนดไว้ว่า สถานบันเทิงครบวงจร จะต้องอยู่ไม่เกินกว่า 100 กิโลเมตรของ 3 สนามบินหลัก และอยู่ในเมืองท่องเที่ยวหลัก เป็นจังหวัดชายแดน ที่มีจุดผ่านแดนถาวร แต่ร่างกฎหมายปัจจุบัน ยังไม่มีรายละเอียดดังกล่าว รวมถึงไทยเอง อาจจะมีการเปิดสถานบันเทิงฯ หลายแห่ง ซึ่งตามที่ปรากฏเป็นข่าว อาจจะมีถึง 5 แห่ง ซึ่งมองว่า อาจจะมากเกินไป แตกต่างจากญี่ปุ่น ที่กำหนดให้มีได้ไม่เกิน 3 แห่ง และปัจจุบัน กำลังจะเริ่มดำเนินการที่โอซาก้า เพียงที่เดียวเท่านั้น ซึ่งจะทำให้มีผู้แข่งขันน้อยราย และสามารถควบคุมได้