เมื่อเวลา 13.37 น. วันที่ 1 พ.ค. 2567 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายงานให้แล้วหรือไม่ว่า ยังไม่ได้มอบหมายงาน เพราะตนยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ

   

เมื่อถามว่า นายปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.ต่างประเทศ ได้พูดคุยหรือแนะนำอะไรหรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันในเรื่องงาน  แต่ท่านได้ฝากงานต่อว่า อยากเห็นอะไร อย่างไรบ้าง ซึ่งตนไม่ขอพูดในรายละเอียดตรงนี้ เพราะยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ

 

เมื่อถามว่า ไม่หนักใจใช่หรือไม่ที่ต้องมาสานงานต่อในตำแหน่งรมว.ต่างประเทศ ในช่วงนี้ นายมาริษ กล่าวว่า ไม่หนักใจ เพราะตนทำงานร่วมกับนายปานปรีย์มาโดยตลอด และตนเป็นลูกหม้อของกระทรวงการต่างประเทศ ตนจึงไม่หนักใจอะไร

 

เมื่อถามว่า นายกฯได้กำชับอะไรหรือไม่ นายมาริษ กล่าวว่า ขอให้ตนได้ถวายสัตย์ปฏิญาณเสียก่อน แล้วจะมาพูดคุยกับสื่อมวลชน

 

เมื่อถามว่า นายกฯ ทาบทามอย่างไรจึงตัดสินใจมาเป็นรมว.ต่างประเทศ นายมาริษ กล่าวว่า นายกฯกับตนเจอกันตลอดเวลา เรารู้จักกันดี และรู้ว่าจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

 

เมื่อถามว่า การทำงานตรงนี้จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะไม่ได้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นายมาริษ กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีเลยครับ สามารถทำได้และไม่มีความจำเป็น  อย่างไรตามก็แล้วแต่บุคคล      

 

เมื่อถามว่า แต่เหตุผลดังกล่าวเป็นเหตุผลที่นายปานปรีย์ใช้เพื่อขอลาออกจากตำแหน่ง นายมาริษ กล่าวว่า สำหรับตนไม่จำเป็น เพราะความเป็นรัฐมนตรีสามารถทำงานได้โดยไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า การที่นายปานปรีย์​ ได้รับคำชื่นชมการทำงานด้านการฑูต จะทำให้รู้สึกหนักใจหรือไม่ นายมาริษ​ กล่าวยืนยัน​ว่าไม่หนักใจเลย​ และตนเคยทำงานรับตำแหน่งเอกอัครราชทูตมา พร้อมย้ำว่าเป็นลูกหม้อของกระทรวงการต่างประเทศ จึงไม่หนักใจ

 

เมื่อถามถึงสไตล์การทำงาน รวมถึงกระแสข่าวว่ามีความสนิทสนมกับนายทักษิณ​ ชินวัตร​ อดีตนายกรัฐมนตรี นายมาริษ​ ปฏิเสธตอบคำถาม และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าในทันที