หวั่นแจกเงินหมื่นพ่นพิษ! ‘อ.เจษฎ์’ แนะให้ ‘2พรรคลุง-ภูมิใจไทย’ ยกมือถอด ‘เศรษฐา’ พ้น ‘นายกฯ’ ในศึกซักฟอกไม่ไว้วางใจ ท้า ‘พท.’ ถ้าแน่จริงส่งเสียงถึง ‘คนชั้น14’ ลุยลงเลือกตั้งใหม่อีกรอบวัดกับ ‘ก้าวไกล’ จะเลือกใคร ลั่น ‘ประชานิยม’ ขจัดยากจนไม่มีจริง

เมื่อวันที่ 27ต.ค.2566 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จัดเสวนาในหัวข้อ “หมุดประชานิยมอย่างไร ให้การเมืองไทยพัฒนา“ โดยนายเจษฎ์ โทณะวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย กล่าวตอนหนึ่งถึงนโยบายการแจกเงินดิจิทัล10,000บาทว่า เวลาที่พูดเรื่องประชานิยมแบบทั่วไปจะสับสน แต่ทั้งประชานิยมทางเศรษฐกิจหรือประชานิยมทางการเมือง อย่างไรก็ใช้เงินทั้งสิ้น อย่างไรก็จะใช้เพดานเงินสะสมของบ้านเมืองลดลง แต่จะทำให้วิธีทำ กระตุ้นเพิ่มขึ้น ซึ่งคนมักจะทำประชานิยมโดยตั้งเป้าหมายให้ขจัดความยากจนไปได้ ตนมองว่าไม่เป็นความจริง ถ้าเศรษฐกิจอยู่ในระดับที่พอประคองตัวเองได้ในลักษณะที่เป็นขาขึ้น ตนคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายประชานิยม รัฐบาลแม้ว่าจะทำได้ได้ก็ไม่ควรทำ

นายเจษฎ์ กล่าวว่า นอกจากนี้เวลาที่เราจะจัดตั้งรัฐบาลสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไปคือไม่ได้มีการหลอมรวมนโยบาย ซึ่งในหลายประเทศ เช่น เยอรมัน เบลเยียม เขาใช้เวลานาน โดยไม่มีมีการแลกตำแหน่งหรือผลประโยชน์ เขาพยายามหลอมรวมนโยบายกัน จะพบเลยว่าหลากหลายนโยบายจะรู้เลยว่านโยบายไหนจำเป็น เรามักจะใช้คำสมัยใหม่ว่า “เรือธง”  “แซนด์บ๊อกซ์” ประดิษฐ์กันเข้าไปจนคนในทีมบางคนสับสนเลยตกลงคืออะไร แต่เอาง่ายๆสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นคือการเอาเงินมาหลอมรวมกันแล้วบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราหลอมรวมนโยบายจะพบเลยว่ามันทำได้หรือไม่และควรทำอะไร และจะมีประโยชน์ตรงที่ว่าฉันเลือกไปแล้วเธอจะไปรวมกับใคร

“หากประชาชนจะเห็นกระบวนการการนั่งรัฐมนตรีจะเห็นถึงนโยบายและเหตุผล ตอนนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ผิดจุด ต้องคิดให้ละเอียด ผมอยากถามความรับผิดชอบพรรคการเมืองอีก 2-3 พรรค ถ้าคิดว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยกำลังทำจะนำความเสียหายมาสู่บ้านเมือง พรรคลุงๆ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ควรจะรับผิดชอบต่อบ้านเมืองมากกว่านี้ พรรคภูมิใจไทยควรจะร่วมรับผิดชอบด้วย โดยพรรคก้าวไกลเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ แล้วให้ 3 พรรคดังกล่าวและพรรคอื่นๆ ร่วมมือกันยกมือถอดนายเศรษฐา ทวีสิน ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าพรรคเพื่อไทยใจถึงจริง ก็ต้องส่งเสียงไปให้ถึงชั้น 14 นี่ถือเป็นความคลางแคลงใจที่ทำไมพรรคที่ชนะ14 ล้านเสียงไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล ท่านกล้าเผชิญหน้าใหม่กับพรรคก้าวไกลในสนามเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ท่านส่งเสียงมาได้ จะได้รู้ว่าคนอยากได้ 10 ล้านเสียงแบบเดิมหรือไม่ที่จะเอาเงินหมื่น หรือจะเอานโยบายที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นแบบพรรคก้าวไกล”นายเจษฎ์ กล่าว