เมื่อวันที่ 18 ต.ค 66 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า วันนี้นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมือง ลพบุรี ได้ให้สัมภาษณ์ผู้ สื่อข่าว ถึงกระแสข่าวชาวบ้านพบกระสือออกอาละวาด
ที่ตำบลบ้านเบิก อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ที่คุณลุงวิเชียร ดวงเกศ อายุ 70 ปี หมู่ที่ 11 ต.บ้านเบิก เจ้าของเล้าหมู เป็ด ห่าน และไก่ ได้อ้างว่า กระสือ จริงๆ และเจอถึง 2 ครั้ง กระสือแก่ผมขาว สลับดำ เผชิญหน้ากันจะจะ จ้องตาเขม็ง แยกเขี้ยวใส่ ก่อนตนจะใช้เสียมไล่ตี ลอยหนีไปในความมืด และเคยบอกเอาเป็ดสดล่อ สุดท้ายถูกควักเครื่องในไปกินจนหมด ยังไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนี้ได้ล้อมคอกหมู ล้อมเล้าเป็ดไก่ เปิดไฟฟ้าส่องสว่าง เอาลูกหลานมานอนเป็นเพื่อนเฝ้าระวังตลอดหลายคืน
ด้านนาง เพ็ญพิสูจน์ เหล็กไหลอายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ตำบลโพธิ์ตุ อำเภอเมืองจังหวัดลพบุรี ได้ถือหน้ากาก ที่คล้ายเป็นกระแสข่าวว่าเป็นกระสือนั้น มาให้นายอำเภอเมืองลพบุรีดู ว่าหน้ากากชิ้นนี้ได้พบตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 ตนได้เก็บไว้ กล่าวคือสาเหตุวันนั้นที่พบหน้ากากเพราะตนได้ออกออกกำลังกายในตอนเช้าเวลาประมาณ 7:00 น เห็นหน้ากากตกอยู่ข้างทาง ไม่ห่างจากบ้านนายวิเชียรนัก ถึงได้เก็บไว้เห็นว่ามันแปลกดี แต่พอมีกระแสข่าวเรื่องกระสือ เกิดขึ้น จึงคาดว่าน่าจะมาจากสาเหตุ หน้ากากอันนี้ก็เป็นได้ เลยถือมาให้นายอำเภอดู
เรื่องนี้นายพิษณุ ฯ นายอำเภอเมืองลพบุรีกล่าวว่า สาเหตุที่เป็นข่าวลือในครั้งนี้ คาดว่าอาจจะเป็นหัวขโมย ที่ใช้สวมหน้ากากก็เพื่ออำพรางตัวมาลักขโมย โดยเฉพาะบ้านนายวิเชียรได้เลี้ยง เป็ดไก่ และหมู ไว้จะเป็นจำนวนมาก จึงขอเตือนประชาชน อย่าได้ประมาทถึงเรื่องนี้ ให้ระมัดระวัง ขโมยไว้ให้มากๆ
นายอำเภอเมืองลพบุรี กล่าวด้วยว่า ขอฟันธงเลยว่าเรื่องกระสือนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าเป็นหัวขโมยสวมหน้ากากเพื่อจะมาหาลักขโมย เป็นไปได้มากที่สุด เตือนประชาชนยาได้หลงโลกโซเชียลให้มากนัก โปรดใช้วิจารณญาณ และเรื่องคลิปกระสือนี้ ได้เกิดขึ้นมานานเป็นเดือนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเกิด ตนก็ได้ มอบให้เจ้าหน้าที่ได้สืบและติดตามคอยสอดส่องดูแลตลอด ก็ยังไม่เคยเจอกระสือ แต่อย่างใด นายอำเภอเมืองลพบุรีกล่าวในที่สุด