เมืองจิงโจว (เกงจิ๋ว) เมืองที่กวนอู เคยนั่งว่าราชการยาวนานถึง 7 ปี ดินแดนยุทธศาสตร์ที่ทุกฝ่ายต่างหมายปอง – พิพิธภัณฑ์เมืองจิงโจว ขนาดใหญ่บอกเล่าความเป็นมาของดินแดนแถบนี้ เพื่อทำความรู้จักจึงไม่ควรพลาดในการเข้าชมดินแดนที่ผู้คนถือว่าเป็นลูกหลานของเทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่อ - กำแพงเมืองจิงโจวที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีกลมกลืนความเป็นเมืองทันสมัย – ศาลเจ้ากวนอู (ที่ว่าราชการของกวนอู) ปัจจุบันเป็นวัดในลัทธิเต๋า ซึ่งในเมืองแห่งนี้จะมีวัดทั้งพุทธและเต๋าผสมผสานกันอยู่กับ กวนอูที่ถูกยกย่องในทั้งสองศาสนากระถางธูปที่ไม่เคยว่างจากควัน รูปเคารพกวนอูที่ปั้นจากดินทั้งสามแห่งคือ บ้านเกิด ไก่เหลียง สุสานฝั่งศีรษะที่ลั่วหยางและฝั่งร่างที่เมืองตังหยาง
เมืองอี๋ชาง บ้านเกิดของมหากวีผู้เป็นต้นธารขนมบ๊ะจ่าง ซีหยวน เขื่อนซานเสียต้าปา หรือเขื่อนสามผาเขื่อนใหญ่ที่สุดในประเทศจีน กลางแม่น้ำแยงซีเกียง – บ้านหวังเจาเจวิน หนึ่งในสี่สาวงามผู้พลิกแผ่นดินจีน ผู้ได้ฉายานามว่า ปักษีตกนภา
เมืองตังหยาง เมืองเล็ก ๆ ที่สุดท้ายของชีวิตกวนอูได้ถึงมรณกรรม หลังจกถูกจับเป็นเชลย และถูกฝั่งร่างไว้ที่สุสานกวนอู และ วัดอวิ๋ฉวนซื่อ玉泉寺 หรือวัดน้ำพุหยก วัดโบราณ เป็นอีกสถานที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตวิญญาณของกวนอู ตำนานเล่าว่า กวนอูได้ปรากฏปาฎิหาริย์ที่นี่เป็นครั้งแรก และได้สถาปนาเป็นพระโพธิสัตว์ในความเชื่อศาสนาพุทธมหายาน
เมืองจิงเหมิน –สมรภูมิฉางปัน หรือ เตียงปันจุดที่ “จูล่ง” ทหารเอกของเล่าปี่ สร้างวีรกรรม “ฝ่าทัพรับอาเต๊า” และชม สะพานฉางปั่นเฉียว หรือ เตียงปันเกี้ยว ที่เตียวหุยตัวคนเดียว ตวาดทัพสบหมื่นของโจโฉจนถอยกรูดเหยียบกันตายเป็นเบือ
เมืองอู่ตั่ง หรือ บู๊ตึ้ง สํานักฝึกวิทยายุทธชื่อก้องโลกที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยจากหนังจีนและนิยายกําลังภายในสารพัดเรื่อง เช่น ดาบมังกรหยก ของ กิมย้ง อุทยานขึ้นเขาบู๊ตึ๊ง ก่อนจะขึ้นกระเชาไปถึงยอดเขา เที่ยวชม สารพัดสถานที่สําคัญบนเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็น
เมืองเซียงหยาง – กำแพงเมืองเซีงหยาง- เมืองโบราณเซียงหยาง จําลองบรรยากาศสมัยโบราณ เมืองเซียงฝานแห่งนี้มีแม่นํ้าฮั่น (หันซุย) ไหลผ่ากลาง แบ่งเมืองออกเป็นฝั่งเหนือ-ใต้ พื้นที่ของเมืองนี้ เดิมคือเมืองอ้วนเซีย (ฝานเฉิง) และเมืองซงหยง (เซียงหยาง) ที่แฟนๆ สามก๊กรู้จักกันดี เพราะเกิดศึกสงครามบ่อยครั้ง รวมทั้ง วีรกรรมของกวนอู่ที่ทดนํ้าท่วมเจ็ดทัพของอิกิ๋มก็เกิดขึ้นที่นี่ ฝั่งเมืองอ้วนเซีย จะมีรูปปั้น ขงเบ้ง สัมฤทธิ์ขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่าให้คนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เมืองแห่งนี้ยังอยู่ในฉากสำคัญตอนจบของนิยายกำลังภายในเรื่อง มังกรหยก ภาคจอมยุทธอินทรีย์ของ กิมย้ง ก่อนกองทัพมองโกลจะตีเมืองแตก
ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียงหยาง (ซงหยง) กู่หลงจง – พิพิธภัณฑ์ว่อหลงกัง (โงลงกั๋ง) ซึ่งเป็นบ้านเดิมของขงเบ้งก่อนเข้ารับราชการ คําว่า “หลงจง” เป็นที่มาของชื่อ “ยุทธศาสตร์หลงจง” ซึ่ง ขงเบ้ง ได้เปิดบ้านแสดงวิสัยทัศน์ต่อเล่าปี่ว่าแผ่นดินจะแตกออกเป็นสาม ชมบ้านของขงเบ้งใน ว่อหลงกัง หรือ โงลังกั๋ง ซึ่งปัจจุบันทําเป็น พิพิธภัณฑ์ ภายในบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของขงเบ้ง โดยฉายา “ว่อหลง” หรือ “ฮกหลง” ของขงเบ้ง ซึ่งแปลว่า “มังกรเร้นกาย” ก็ได้มาตอนที่เขาทํานาอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ แกะรอยเส้นทาง “สามเยือนกระท่อมหญ้า” ที่ เล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย เดินทางบากบั่นมาเชิญตัวขงเบ้งไปช่วยทําการใหญ่ถึง 3 ครั้ง
บ้านเดิมของนางอุยซี (ภรรยาขงเบ้ง) หรือบ้านสกุลเหลือง ซึ่งออกไปไม่ไกลจาก กู่หลงจง นางอุยซี ภรรยาของ จูกัดเหลียง – ขงเบ้ง คำล่ำลือว่ามีรูปร่างขี้ริ้ว แต่มีความฉลาด ไหวพริบปฏิภาณเป็นเยี่ยม เชี่ยวชาญด้านภูมิศาสตร์ โหราศาสตร์และยุทธศาสตร์ มีบุตรชายกับจูกัดเหลียง 1 คน คือ จูกัดเจี๋ยม อำเภอหนางจาง บ้านสุมาเต๊กโช หรือ สุ่ยจิ้งจวง บ้านเดิมที่ครั้งหนึ่งเล่าปี่ หลบลี้นีภัยมาพบกับอาจารย์ผู้ฉานอโปกสิณ ณ ที่นี่ บ้านแห่งนี้เคยเป็นสถานที่เล่าเรียนของ ขงเบ้ง ,บังทอง ,ซีซี และเพื่อนสหาย ตามนโยบายการศึกษาของ เล่าเปียว เจ้าเมืองเกงจิว และยังเป็นที่ตั้งสุสานของสุมาเต๊กโช ที่ได้รับการบูรณะในสมัยราชวงศ์ชิง
โรงถ่ายภาพยนตร์ฮั่นเฉิง กองถ่ายทำภาพยนตร์จีนย้อนยุคหลายสิบเรื่อง ที่เข้าไปเที่ยวชมเสมือนพลัดหลงไปยังอาณาจักรจีนโบราณ ในแต่ละจุดจะมีการแสดงไว้เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว เมืองซื่อปี้ อำเภอเจียอิ๋ว อุทธยานสามก๊กซานกว๋อซื่อปี๊ (เซ็กเพ็ก) – ชมรูปแกะลักจิวยี่ – ชมศาลาอี้เจียง – ชมแท่นเรียกลม – อารามเฟิ่งฉู จุดที่เคยเกิด “ศึกเซ็กเพ็ก” หรือ “ยุทธนาวีที่ภูผาแดง” สมรภูมิที่ทัพร้อยหมื่นของโจโฉปะทะกับ “พันธมิตรซุน-เล่า” คือทัพของฝ่ายซุนกวนและเล่าปี่ และเป็นฝ่ายพันธมิตรฯ ด้วยมันสมองของแม่ทัพจิวยี่และยอดกุนซอขงเบ้ง ที่ช่วยกัน วางแผนเผาทัพเรือโจโฉจนแตกพ่ายยับเยิน
นครอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย์สะพานข้ามแม่น้ำแยงซีเกียงแห่งแรกซึ่งเป็นสะพานสองชั้นวิ่งได้ทั้งรถยนตร์และรถไฟ ออกแบบโดยและควบคุมการก่อสร้างโดยชาวรัสเซีย ถนนคนเดินเจียงฮั่น ในเขตฮั่นโข่ว หอพิณโบราณ กู่ฉินไถ ที่มาของคำว่า รู้เพลง รู้ใจ – พิพิธภัณฑ์อู่ฮั่นเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ระดับมณฑล จัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่า ส่วนมากเป็นเครื่องทองสัมฤทธิ์ เช่น ระฆังราว เสื้อหยก ที่ขุดพบที่หม่าหวางตุย กลองสัมฤทธิ์ โถ จอก เหล้า ตะเกียง เครื่องประดับ และเครื่องสัมฤทธิ์อื่นๆ – ทะเลสาบตงหู ตั้งอยู่กลางเมืองอู่ฮั่น มีพื้นที่ประมาณ 73 ตร.กม ซึ่งถือว่าเป็นทะเลสาบกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ทะเลสาบแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1950 เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ชมทิวทัศน์ความสวยงามตามธรรมชาติทะเลสาบแห่งนี้นอกจากผืนน้ำที่กว้างใหญ่เงียบสงบที่เป็นจุดเด่นของที่นี่แล้วบริเวณทะเลสาบตงหูยังเป็นที่ตั้งของสวนพฤกษศาสตร์ ถนนฉู่เหอฮั่นเจีย ถนนคนเดินยอดฮิตอีกสายหนึ่งของอู่ฮั่นอยู่ในอูชางริมแม่น้ำฉู่ ตั้งชื่อถนนระหว่าง ฮั่น - ฉู่ ซึ่งเป็นสงครามก่อนกำเนินราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเมืองอู่ฮั่นเป็นที่ แม่น้ำฮั่น มาบรรจบกับแม่น้ำแยงซีเกียง
ปิดท้ายด้วย วัดกู่เต๋อ 1 ใน 4 วัดสำคัญของเมืองอู่ฮั่น เป็นสถาปัตยกรรมแบบยุโรปป ด้านหน้าโบสถ์มี ศาลพระพรหมแบบอย่างแยกราชประสงค์ ซอยฮู่ปู้เซี่ยง มาอู่ฮั่นแล้วไม่ควรพลาดถนนสายอาหารการกินกับถนนเส้นนี้มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงจนถึงปัจจุบัน – หอนกกระเรียนเหลืองหวงเฮอโหลว่ สัญลักษณ์แห่งเมืองอู่ฮั่น สร้างขึ้นโดยซุนกวนตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นครองง่อก๊ก โดยหอเก่าถูกไฟเผาผลาญสิ้นไปแล้วหอปัจจุบันคือหอที่สร้างขึ้นมาใหม่ ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของเมืองอู่ฮั่น
ตึกแดงหอรำลึกการลุกฮือแห่งอู่ซาง จุดเริ่มต้นของประเทศจีนยุคใหม่ ที่นำโดย ดร.ซุนยัดเซ็น วัดกุยหยวน กราบขอพรวิหารพระอรหันต์ 500 องค์ จบทริปอย่างสมบูรณ์