โรคที่เกิดขึ้นจากการสูบบุหรี่ คร่าชีวิตผู้คนกว่าปีละ 7 ล้านคน อีกทั้งยังมีผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ทั่วโลกรวม 1,300 ล้านคน ที่ยังคงได้รับอันตรายจากสารประกอบที่เกิดจากการเผาไหม้ของบุหรี่ แม้จะมีการพูดกันถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์ทางเลือก เช่น บุหรี่ไฟฟ้า ที่สามารถทดแทนการสูบบุหรี่ได้และมีอันตรายน้อยกว่า แต่หน่วยงานด้านสาธารณสุขของหลายๆ ประเทศ รวมถึงองค์การอนามัยโลก ยังคงเชื่อว่า จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีผลการศึกษาถึงความปลอดภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในระยะยาว และยังเป็นกังวลเรื่องนักสูบหน้าใหม่ ขณะเดียวกันบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกนั้น ก็ไม่ได้ปลอดภัยและยังคงมีนิโคตินที่ทำให้เกิดการเสพติด

การกำหนดนโยบายควบคุมผลิตภัณฑ์ทางเลือกของแต่ละประเทศจึงแตกต่างกันไป ปัจจุบัน 41 ประเทศ เช่น ไทย อินเดีย สิงคโปร์ แบนบุหรี่ไฟฟ้า ในขณะที่อีก 66 ประเทศ เช่น สหภาพยุโรป อังกฤษ อเมริกา แคนาดา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กำหนดให้มีมาตรการควบคุมการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือผลิตภัณฑ์ที่มีนิโคติน

เวทีประชุมระดับโลกด้านนิโคตินและยาสูบ หรือ GTNF (Global Tobacco and Nicotine Forum) ในปีนี้ จึงให้ความสำคัญเรื่องการลดทอนอันตรายของการสูบบุหรี่ (harm reduction) เพื่อสะท้อนให้รัฐบาลและผู้กำกับนโยบายได้วางมาตรการที่อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์เพื่อลดอัตราเสียชีวิตจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ซึ่งกำลังต้องการความร่วมมืออย่างเร่งด่วนจากทุกภาคส่วนทั่วโลก

การกำหนดนโยบายมีผลโดยตรงต่อสุขภาพและชีวิตของผู้สูบบุหรี่ ในงานนี้กลุ่มองค์กรผู้บริโภคอิสระ ได้ออกมาเรียกร้องต่อผู้กำกับนโยบายและบริษัทผู้ผลิตในการให้ความสำคัญกับสุขภาพของผู้สูบบุหรี่ การพิจารณาการศึกษาทางวิชาการที่เป็นอิสระ และให้สิทธิผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่ในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ปลอดภัยกว่าเดิม โดยเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญนั้นเกิดจากพลังของผู้บริโภคอย่างแท้จริง

เคลริส เวท เวอร์จิโน สมาชิกแนวร่วม กลุ่มลดทอนอันตรายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าวว่า ปีที่ผ่านมารัฐบาลมีความพยายามห้ามบุหรี่อิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์แบบให้ความร้อน และผลิตภัณฑ์ทางเลือกต่างๆ โดยการกำหนดกำแพงภาษีสูง หากพิจารณาความสูญเสียทางเศรษฐกิจ รัฐบาลฟิลิปปินส์สูญเสียเงินราว 1,800 ล้านเปโซต่อปี จากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากการสูบบุหรี่ ภาครัฐจึงควรให้ความรู้ในเรื่องนวัตกรรมและสร้างนโยบายที่เป็นธรรมเพื่อจูงใจให้ผู้สูบบุหรี่ที่เป็นผู้ใหญ่เปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่อันตรายน้อยกว่า

สามราท ชาวฮีรี ประธานเครือข่ายนานาชาติกลุ่มผู้ใช้นิโคติน กล่าวว่า “ในอินเดีย บุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นสินค้าผิดกฎหมายและถูกผลักเข้าสู่ตลาดมืด แต่เรื่องที่น่าเสียดายมากกว่า คือก่อนการออกกฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้ากลับไม่มีกระบวนการตรวจสอบหรือการพิจารณาที่เหมาะสม นอกจากนี้ ข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ถูกเผยแพร่จากเพียงบางกลุ่ม และเป็นข้อมูลที่สร้างความเข้าใจผิด และเกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของผู้สูบบุหรี่”

เอล็กซ์ คลาก ซีอีโอกลุ่มผู้บริโภค สมาคมผลิตภัณฑ์ทางเลือกทดแทนการสูบบุหรี่ หรือ CASSA (Consumer Advocates for Smoke-free Alternatives Association) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยาสูบและผู้กำหนดนโยบายควรตระหนักว่าการลดทอนอันตรายจากการสูบบุหรี่ (harm reduction) เป็นการขับเคลื่อนจากกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรม ผู้บริโภคมีการศึกษาและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีกว่าโดยไม่รอคอยองค์กรด้านสุขภาพหรือหน่วยงานกำกับนโยบายใดๆ เรื่องราวของผู้สูบบุหรี่หรือผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ มักถูกบอกเล่าและตีความจากคนอื่น ซึ่งทั้งตื้นเขินและไม่สะท้อนความจริง ทั้งแรงจูงใจในการสูบบุหรี่ ความผิดปรกติที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่การตัดสินใจของปัจเจกบุคคล การรวมตัวของผู้บริโภคจึงมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเพื่อให้สามารถเข้าถึงทางเลือกที่ดีกว่า

สอดคล้องกับที่ เฮเนจ มิทเชล ผู้อำนวยการ แฟคเอเชีย องค์กรอิสระที่ขับเคลื่อนด้านการเรียกร้องสิทธิให้กับผู้สูบบุหรี่และผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่น่ากังวลในแง่ทางเลือกของผู้บริโภคและความมุ่งมั่นแก้ปัญหาของหน่วยงานรัฐ ธุรกิจบุหรี่เป็นธุรกิจที่ไม่มีการสื่อสารระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค อีกทั้งมีการแข่งขันระหว่างธุรกิจด้วยกัน ซึ่งไม่เกิดผลดีต่อผู้สูบบุหรี่กว่าหนึ่งพันล้านคนทั่วโลก นโยบายกำแพงภาษีไม่เป็นธรรมต่อประเทศที่ประชากรมีรายได้น้อย ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมยาสูบต้องหันหน้ามาพูดคุยเพื่อสร้างผลกระทบทางสุขภาพในเชิงบวก พวกเรายินดีที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ผู้บริโภคสามารถได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีอันตรายน้อยกว่าและภาครัฐก็สามารถเห็นผลจากจำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลงเช่นกัน

โดยบทความนี้เป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและองค์กรที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้บริโภค ซึ่งจะเห็นได้ว่า เรื่องของบุหรี่ไฟฟ้าหรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อทดแทนการสูบบุหรี่นั้น ยังคงมีข้อมูลสองฝั่งและความคิดเห็นที่แตกแยกไม่ตรงกันอยู่ระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและหน่วยงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ อย่างไรก็ตามผู้สูบบุหรี่ควรได้รับการปฏิบัติและให้สิทธิ์ได้รับข้อมูลและการตัดสินใจเลือกได้อย่างเท่าเทียมเหมือนบุคคลทั่วไป และท้ายสุดนี้อยากจะย้ำอีกครั้งว่าการเลิกบุหรี่หรือการไม่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่แรกนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะขึ้นชื่อว่าบุหรี่ ยังไงก็ทำร้ายสุขภาพของผู้สูบและคนที่อยู่รอบข้างอยู่ดี