เครือข่ายงดเหล้า-สสส.ภูมิใจโรงเรียนก้าวตามพ่อ น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ปีที่ 3 เพื่อแก้ปัญหาเหล้าบุหรี่ปัจจัยเสี่ยงเห็นผลชัดเจน พร้อมขอให้กระทรวงศึกษานำแนวทางไปใช้ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร13 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 5 ต.ค.63 ที่ห้องประชุมคุรุสภา สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) จัดแถลงรายงานผลการดำเนินงานปีที่ 3 โรงเรียนต้นแบบก้าวตามพ่อ น้อมนำกระแสพระราชดำรัสรัชกาลที่ 9 ได้แก่ 1.ให้ครูรักเด็ก และให้เด็กรักครู 2.ให้ครูสอนเด็กให้มีน้ำใจต่อเพื่อน ไม่ให้แข่งขันกัน แต่ให้แข่งขันกับตัวเอง ให้เด็กที่เรียนเก่งกว่าสอนเด็กช่วยสอนเพื่อที่เรียนช้ากว่า 3.ให้ครูจัดกิจกรรมให้นักเรียนทำร่วมกันเพื่อให้เห็นคุณค่าของความสามัคคี โดยมีโรงเรียนต้นแบบ 12 แห่ง

นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานแถลงผลงาน กล่าวว่า รู้สึกยินดีและประทับใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เห็นโรงเรียนได้แสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยการน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่าน มาสู่ภาคปฏิบัติ เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยที่นำไปสู่การเป็นคนดี มีศีลธรรม พึ่งตนเองได้ ปลอดอบายมุข และได้นำผลจากการทำดีนั้น น้อมถวายเป็นพระราชสักการะ โดยน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติเป็นก้าวที่ 2 คือ “สร้างความดีที่ตน ด้วยทศพิธราชธรรม สร้างอาหารให้เราและโลกด้วย โคก หนอง นา โมเดล” ซึ่งภาพรวมการขับเคลื่อนโรงเรียนคำพ่อสอนนั้น ตรงตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่มุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่นักเรียน 4 ด้าน คือ 1. มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2. มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง-มีคุณธรรม 3. มีงานทำ-มีอาชีพ และ 4. การเป็นพลเมืองดี

ผศ.ดร.วิไลลักษณ์ ลังกา คณะศึกษาศาสตร์ มศว. ได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่องการสังเคราะห์องค์ความรู้กระบวนการพัฒนาครูผ่านโรงเรียนคำพ่อสอนที่ส่งผลต่อสมรรถนะการเรียนรู้ และพฤติกรรมการปกป้องตนเองจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสารเสพติด โดยใช้โมเดลเชิงเหตุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการปกป้องตนเองจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บุหรี่ และสารเสพติดของนักเรียน พบว่า กระบวนการเรียนรู้ตามแนวทางโรงเรียนคำพ่อสอน คือ การปรับเปลี่ยนคุณลักษณะของครูให้สามารถสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับนักเรียน ได้แก่ ทักษะการแสดงความรัก ทักษะการฟังอย่างเข้าใจ ทักษะด้านจิตตะศึกษา ทักษะการถามเพื่อการเรียนรู้ เป็นต้น ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ทำให้นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อโครงการในระดับคะแนน 4.57 จาก 5 และเกิดความตระหนักรู้ในโทษของแอลกอฮอล์ บุหรี่ สารเสพติด ในระดับ 3.83 จาก 4 จนเกิดเป็นพฤติกรรมการปกป้องตนเองได้ ในระดับ 3.45 จาก 4 รวมทั้ง ได้ติดตามสอบถามเชิงคุณภาพในสถานศึกษาแล้วพบว่าความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนดีมาก ผลการเรียนดีขึ้น และชุมชนมีความพอใจ ซึ่งการปรับคุณลักษณะครู คือคำตอบในการปฏิรูปการศึกษาซึ่งโครงการนี้เอาปัญหาปัจจัยเสี่ยงมาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาการศึกษาในโรงเรียนได้สำเร็จ

นส.ริมล โพธิ์ชัยรัตน์ ครูโรงเรียนคลองใหม่ จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า โรงเรียนคลองใหม่ เป็นโรงเรียนระดับขยายโอกาสในชุมชนที่แวดล้อมด้วยโรงงาน และชุมชนส่วนใหญ่ที่มีอาชีพรับจ้าง โดยมีนักเรียนหลายคนจะประสบปัญหาในครอบครัว การใช้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ปกครองมีการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลต่อเด็กนักเรียน เมื่อโรงเรียนได้เริ่มใช้กระบวนการตามกระแสพระราชดำรัส โดยเริ่มเปลี่ยนที่ครูให้ครูเปิดประตูหัวใจให้ครูรักเด็กและให้เด็กรักครูก่อน รวมทั้งการสอนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตตัวเองโดยก่อนเข้าร่วมกิจกรรม ครูเป็นคนที่ใจร้อนมาก และเป็นคนที่มุ่งมั่นแต่เรื่องของการสอนเพียงอย่างเดียว จนมองข้ามการให้ความรักกับนักเรียน การเรียนการสอนจึงค่อนข้างตึงเครียด เกิดช่องว่างระหว่างครูและนักเรียนขึ้นมา หลังเข้าร่วมโครงการ ทำให้ใจเย็นมากขึ้นและพร้อมที่จะรับฟังปัญหาต่างๆ ของเด็กเสมอ บรรยากาศในการเรียนเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ และก็เป็นผลให้คะแนน O-Net วิชาภาษาอังกฤษในปีที่ผ่านมาเพิ่มมากขึ้น

นส.นาวิกา สมไสยา นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนทุ่งฝนวิทยาคาร จ.อุดรธานี กล่าวว่า ตนเองอาศัยอยู่กับตายาย ทำให้รู้สึกว่าห่างไกลจากพ่อแม่ จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนตั้งแต่ตอนเรียน ม.ต้น ใช้ชีวิตเที่ยวเตร่ ดื่มเหล้าเบียร์สูบบุหรี่ ทำตัวต่อต้านสังคม มีปากเสียงกับครูตลอด แต่จุดเปลี่ยนของชีวิตโดยตนเองเริ่มคิดว่าทำไมเราทำตัวแย่ แต่ก็ไม่กล้า ไม่รู้ที่จะแก้ตัวอย่างไร พอดีมีครูสุดารัตน์ แสงสิทธิ์ ซึ่งสอนวิชาภาษาอังกฤษ ครูได้สอบถามและให้กำลังใจตนเอง ให้เวลากับตนเองที่จะพูดคุยด้วย ทำให้เกิดความมั่นใจและรู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำมานั้นก้าวพลาดนั้น ยังสามารถแก้ไขได้โดยคุณครูให้โอกาส ให้ความรัก ตามแนวทางของโรงเรียนคำพ่อสอน ทำให้ตนเองกลับมาใหม่ได้ และปัจจุบันเป็นรองประธานนักเรียน จึงมั่นใจว่าหากครูเปลี่ยนแปลงและให้โอกาสรับฟัง นักเรียนทุกคนจะมีที่พึ่ง จึงอยากให้กระทรวงศึกษาธิการนำแนวทางเน้นให้ครูเปลี่ยนความคิดความเชื่อ แล้วนักเรียนจะมีความสุข และไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเหล้าบุหรี่ยาเสพติด
เด็กชายพีรวุธ สอนสุวรรณ นักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนบ้านควนตะวันออก จ.ชุมพร กล่าวว่า ก่อนที่โรงเรียนจะเข้าโครงการนี้ ผมรู้สึกกลัวครูเพราะครูเสียงดัง ไม่กล้าอยู่ใกล้ครู ไม่กล้าพูดคุยกับครู กลัวครู ไม่กล้าช่วยคุณครูทำงาน แต่พอโรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนคำพ่อสอน คุณครูใจดีมากขึ้น มีเหตุผล ไม่ดุด่า ทำร้ายจิตใจ และไม่ลงโทษให้เกิดความเจ็บปวด ตอนนี้ผมรักครู สนิทกับครู กล้าพูดคุยปรึกษาคุณครูมากขึ้น แม้เรื่องส่วนตัวก็กล้าปรึกษา เช่นเรื่องพ่อแม่ และตอนนี้ผมมีน้ำใจ อยากช่วยงานครู

นายธีระ วัชรปราณี ผจก.เครือข่ายงดเหล้า กล่าวว่า โครงการจะดำเนินการพัฒนาต้นแบบ และขยายผลเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับสถานศึกษาที่สนใจอยากปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกระแสครูใช้ความรุนแรงกับนักเรียน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะทิศทางการศึกษาของเราเน้นไปที่ความสำเร็จและผลการเรียน มากกว่าจะเน้นการสร้างความสัมพันธ์ และการแก้ปัญหาความเสี่ยงของนักเรียน เช่น ในครอบครัวที่ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้นักเรียนไม่มีความสุข แต่โรงเรียนสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียนได้