ในช่วงเวลาที่ยากลำบากภายใต้สถานการณ์โควิด-19 คนไทยทั่วประเทศต่างได้รับความเดือดร้อน รวมถึงในพื้นห่างไกลอย่าง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สิ่งหนึ่งที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องกังวลไม่น้อยคือการขาดแคลนอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งเปรียบเหมือนชุดเกราะสำหรับต่อสู้กับโรคโควิด-19 ที่ช่วยให้หมอและพยาบาลสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถและมีความปลอดภัย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) จึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ประกอบด้วยชุด PPE และหน้ากากอนามัยรวม 5,700 ชิ้น กระจายไปยัง 19 โรงพยาบาลประจำอำเภอใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา พร้อมมอบถุงยังชีพ 500 ถุงซึ่งประกอบด้วยข้าวสารอาหารแห้งและสิ่งของจำเป็นให้กับมูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีน เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนและเด็กกำพร้าที่ลงทะเบียนไว้กับทางมูลนิธิฯ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3,000 ราย รวมมูลค่ากว่า 4 ล้านบาท


บ้านปูฯ อยู่เคียงข้างคุณ

คุณสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บ้านปูฯ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะร่วมดูแลสังคมไทยและคนไทยอย่างดีที่สุด ถึงแม้ธุรกิจส่วนใหญ่ของเราจะอยู่ในต่างประเทศ แต่บ้านปูฯ เป็นบริษัทของคนไทย และในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบ เราในฐานะองค์กรที่ยังพอมีกำลังก็ไม่อาจนิ่งนอนใจ นั่นจึงเป็นที่มาของการตั้งกองทุน ‘มิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทยสู้ภัย COVID-19’ มูลค่า 500 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบ้านปูฯ 250 ล้านบาท เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้กับองค์กรด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อใช้ในการจัดหาเครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในโรงพยาบาลให้มีศักยภาพสูงสุดด้านการรักษาและป้องกันความปลอดภัยทั้งผู้ติดเชื้อและบุคลากรในโรงพยาบาล โดยเราเริ่มต้นจากการสร้างหอผู้ป่วยวิกฤติระบบการหายใจบ้านปู พร้อมมอบอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และกระจายความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ รวมถึงได้สานต่อมายัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเราต้องการส่งมอบความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่
ให้เข้าถึงคนที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง”

สู้โควิด-19 ด้วยพลังใจของบุคลากรทางการแพทย์
นพ.ทศพล ปุสวิโร นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลระแงะ จังหวัดนราธิวาส หนึ่งในโรงพยาบาลที่บ้านปูฯ ได้นำชุด PPE และหน้ากากอนามัยไปมอบให้กล่าวว่า “ทั้งชุด PPE และหน้ากาก N95 เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้เป็นจำนวนมาก ทั้งการใช้เพื่อลงพื้นที่ในชุมชนและใช้ที่โรงพยาบาลเอง อย่างน้อยๆ วันหนึ่งก็ต้องใช้มากกว่า 20 ชุด ซึ่งทำให้เรากังวลว่าในระยะยาวอุปกรณ์เหล่านี้ก็อาจจะไม่เพียงพอ แต่ด้วยน้ำใจของคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือพวกเรา ทำให้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอุปกรณ์แพทย์หมดไป และทำให้การทำงานของหมอและพยาบาลมีความปลอดภัยและมีความพร้อมมากขึ้น และหนึ่งในนั้นคือความช่วยเหลือจากบ้านปูฯ”

คุณชื่นสุมณ เลขะกุล พยาบาลงานป้องกันและควบคุมเชื้อ โรงพยาบาลหนองจิก จังหวัดปัตตานี กล่าวเสริมว่า “พอมีโควิด-19 อุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ก็เริ่มขาดแคลน ต้องจำกัดการใช้บ้าง หรือประยุกต์เอาถุงพลาสติกมาใช้บ้าง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากบ้านปูฯ ทำให้เรามีอุปกรณ์ใช้อย่างเพียงพอ ซึ่งทำให้เราหายกังวลและรู้สึกปลอดภัย โรงพยาบาลหนองจิกเป็นเพียงโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก การได้รับบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์จากบ้านปูฯ ถือเป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้พวกเราทุกคนมีแรงต่อสู้กันต่อไป”

“ถ้าไม่มีหน้ากาก เราได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาแน่นอน”
คุณมนูญ แสนไม้ กรรมการมูลนิธิอะมีรุลมุอ์มินีนเพื่อเด็กกำพร้า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความเห็นว่า “พอมีโควิด-19 เข้ามา ประชาชนหลายคนในพื้นที่ไม่สามารถออกไปทำงานตามปกติ เช่น กรีดยาง หรือออกไปค้าขายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่สีแดง ที่ทั้งการเข้าและออกจากพื้นที่ยิ่งทำได้ยากขึ้น การให้ความช่วยเหลือของมูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นไปที่การนำข้าวสารอาหารแห้งไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยเราได้ประสานกับผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ต่างๆ เพื่อนับจำนวนครัวเรือนแล้วลงพื้นที่ไปส่งมอบถุงยังชีพ แต่ด้วยกำลังของมูลนิธิฯ ลำพังจึงไม่สามารถทำได้อย่างเพียงพอ ต้องขอขอบคุณทุกๆ หน่วยงานรวมถึงทางบ้านปูฯ ที่มองเห็นความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือเด็กๆ และผู้ยากไร้ ผมรู้จากแววตาของพวกเขาว่า เด็กๆ และชาวบ้านที่มารับถุงยังชีพมีกำลังใจมากขึ้น ผมคิดว่าถ้าเขาไม่สวมหน้ากากกันอยู่ เราได้เห็นรอยยิ้มของพวกเขาแน่นอน”

บ้านปูฯ มุ่งหวังว่าความช่วยเหลือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการทำงานให้กับบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมทั้งบรรเทาความเดือดร้อนให้กับคนไทยในพื้นที่ห่างไกล และจะเป็นการช่วยให้ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้โดยเร็ว