วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง ติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ปี 2563 ของ 9 จังหวัดภาคเหนือ พร้อมเน้นย้ำข้อห่วงใยของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่มีต่อพี่น้องจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองและหมอกควัน โดยที่ประชุมประกอบด้วย ปลัดกระทรวงและผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทนจาก 9 จังหวัดภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยงานส่วนกลางและระดับพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 200 คน

รมว.ทส. ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้เข้มงวดดำเนินมาตรการในการรับมือสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างเต็มกำลังความสามารถ และเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่ทุ่มเทสรรพกำลังและทรัพยากร เพื่อหยุดการเผา และควบคุมไม่ให้ปริมาณฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานนับจากนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม 2563 โดยเฉพาะการเคร่งครัดดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และข้อสั่งการของ พลเอก.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562 อาทิ ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยหลัก บูรณาการสั่งการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด หากฝุ่นละอองสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้ประกาศห้ามเผาโดยทันที ให้นายอำเภอ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ถึงระดับตำบล โดยเฉพาะตำบลเสี่ยงเผา ให้กระทรวงกลาโหม สนับสนุนการลาดตระเวนและดับไฟ ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศอย่างเต็มที่ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตรทั้งหมดใน 9 จังหวัดภาคเหนือไปสู่การเป็นเกษตรปลอดการเผา ภายใน 3 ปี สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ลดจุดความร้อนในพื้นที่ป่าให้เป็นศูนย์ ในระหว่างวันที่ 15 มีนาคม ถึง 30 เมษายน 2563 พร้อมทั้งระดมสรรพกำลัง อุปกรณ์ เครื่องมือจากนอกพื้นที่ มาเสริมการลาดตระเวน เฝ้าระวัง และดับไฟป่า ไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟจนไม่สามารถควบคุมได้ และให้เข้มงวดการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ "การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง" ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

พร้อมกันนี้ รมว.ทส. เดินทางไปจุดสกัดป้องกันไฟป่าดอยพระบาท บริเวณอ่างเก็บน้ำวังเฮือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง ตรวจเยี่ยมและปล่อยแถวกำลังพล พร้อมมอบถุงยังชีพ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ จิตอาสา และเครือข่ายภาคประชาชน ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันและดับไฟป่า เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยและขอให้ทุกคนเดินหน้าช่วยกันป้องกันและดับไฟป่าอย่างเต็มที่ รวมถึงช่วยขยายผลสร้างการรับรู้ สร้างแนวร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าให้คงอยู่ถึงลูกหลาน

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน