สัปดาห์พระเครื่อง /อ.ราม วัชรประดิษฐ์
อาทิตย์นี้เราจะมาพูดคุยถึงแนวทางในการพิจารณาเอกลักษณ์แม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ นับเป็น 1 ใน 3 ตระกูลพระสมเด็จ ที่สร้างโดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
เป็นที่ทราบกันว่า “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม” เป็นพระที่บรรจุในกรุ ดังนั้นเมื่อผ่านกาลเวลายาวนานจึงมักจะเกิดคราบกรุ บางองค์จะมีคราบกรุหนามากจนปิดองค์พระทั้งองค์ บางองค์ก็จะมีคราบกรุน้อยจนกระทั่งเกือบไม่ปรากฏคราบกรุเลย คราบกรุของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมนั้น แบ่งออกตามสภาพใหญ่ ๆ คือ คราบกรุสีน้ำตาล คราบกรุฟองเต้าหู้ คราบกรุเป็นเม็ดหรือเม็ดทราย และคราบกรุเป็นคราบดินในกรุพระเจดีย์
ที่ขนานนามว่า “พิมพ์ฐานคู่” ก็เพราะมีลักษณะเด่นตรงฐานชั้นที่ 1 ที่จะเป็นแท่งตรงและใหญ่ ตรงกลางฐานมีลักษณะเว้าลึก จนดูเหมือนเป็นเส้นฐานคู่กัน พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ จะมีพิมพ์ด้านหน้าเพียงพิมพ์เดียวเท่านั้น ส่วนพิมพ์ด้านหลังมี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์หลังเรียบ และ พิมพ์หลังสังขยา
สำหรับเอกลักษณ์แม่พิมพ์ของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ มีพุทธลักษณะดังต่อไปนี้
ขอบแม่พิมพ์ทั้ง 4 ด้าน จะเป็นขอบนูน และปรากฏรอยครูดของการยกขึ้นในลักษณะเนื้อปลิ้นขึ้นด้านหน้า
เส้นซุ้มครอบแก้ว มีลักษณะเรียวเล็กและคมชัดมาก
พระเกศ เรียวยาวจรดซุ้มครอบแก้ว
พระพักตร์ เป็นรูปไข่ผ่าซีก แต่ค่อนข้างเล็ก
พระกรรณ เป็นเส้นตรง คมชัด พระกรรณด้านขวาจะอยู่ต่ำกว่าด้านซ้ายและยาวจรดพระอังสา (บ่า)
เส้นจีวร เป็นร่องลึกตรงกลาง เรียกว่า "อกร่อง" และวิ่งไปชนพระอุระทั้งสองข้างในลักษณะม้วนเข้าหากัน
พระเพลา (หน้าตัก) เป็นเส้นตรง
เส้นแซมใต้พระเพลา ด้านซ้ายมือขององค์พระมีลักษณะเรียวยาวเกินพระชานุ (หัวเข่า)
เส้นฐานชั้นที่ 3 กับเส้นแซมใต้ฐานจะชิดมากกว่าเส้นอื่น ๆ
เส้นแซมใต้ฐานชั้นที่ 3 ด้านซ้ายขององค์พระจะสั้นกว่าเส้นอื่น ๆ
ฐานชั้นที่ 1 ที่จะเป็นแท่งตรงและใหญ่ ตรงกลางฐานมีลักษณะเว้าลึก จนดูเหมือนเป็นเส้นฐานคู่กัน อันเป็นที่มาของชื่อพิมพ์
สำหรับศิลปะแม่พิมพ์ด้านหลังของสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ จะมีด้วยกัน 2 พิมพ์ คือ พิมพ์หลังเรียบ และ พิมพ์หลังสังขยา
ด้วยข้อสังเกตดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ก็พอจะเป็นหลักเบื้องต้นในการแยกแยะและพิจารณาพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ฐานคู่ ได้อย่างค่อนข้างชัดเจนในระดับหนึ่ง ครับผม








