สัปดาห์พระเครื่อง/อ.ราม วัชรประดิษฐ์
วัดพลับ หรือชื่อเป็นทางการว่า วัดราชสิทธาราม อ.บางกอกน้อย กรุงเทพฯ (ฝั่งธนบุรี) เดิมเป็นวัดเก่าแก่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงสร้างวัดราชสิทธาราม ได้รวมเอาวัดพลับซึ่งอยู่ทางตะวันตกเข้าด้วยกัน และได้อาราธนาพระอาจารย์สุก วัดท่าหอย จ.อยุธยา มาครองวัด ในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งก็คือพระอาจารย์ที่เป็นต้นกำเนิดของพระพิมพ์สมเด็จชิ้นฟักที่เรียกว่าพระสมเด็จอรหัง วัดมหาธาตุ กทม. รู้จักกันทั่วไปว่า “พระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน” นั่นเอง
ชื่อเสียงของวัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะแวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องและพระบูชา เนื่องด้วยวัดนี้เป็นแหล่งกำเนิดพระเนื้อผงที่เรียกได้ว่าเป็นยอดนิยม เรียกชื่อกันว่า “พระวัดพลับ”
พระวัดพลับเป็นพระเนื้อผงแก่ปูนเปลือกหอย มีมากมายหลายพิมพ์ เคยมีข้อถกเถียงถึงผู้สร้างว่าจะเป็นสมเด็จพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน หรือหลวงตาจันพระเขมร ซึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัด อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาจากแนวทางการสร้างพระเนื้อผง และการพบพระสมเด็จอรหังที่สมเด็จพระสังฆราชสุกเป็นผู้สร้างปะปนอยู่กับพระวัดพลับในคราวเปิดกรุ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่า พระวัดพลับสร้างขึ้นโดยสมเด็จพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน พระอาจารย์ของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
มูลเหตุแห่งการพบพระวัดพลับนั้นเล่ากันว่า มีกระรอกเผือกตัวหนึ่งวิ่งเล่นอยู่บริเวณลานวัด จนชาวบ้านช่วยกันไล่ต้อน กระรอกเผือกได้หนีมุดเข้าไปในโพรงพระเจดีย์ ชาวบ้านพากันกระทุ้งโพรง ปรากฏพระวัดพลับทะลักออกมาจำนวนมาก เจ้าอาวาสจึงทำการเปิดกรุอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้พระวัดพลับยังพบที่วัดโค่ง จ.อุทัยธานี อีก แต่ผิวพระจะออกสีน้ำตาลแก่และมีคราบกรุมากกว่าที่วัดราชสิทธาราม
ส่วนเนื้อหามวลสารของพระวัดพลับและพระสมเด็จวัดระฆังจะดูคล้ายคลึงกันมาก คือเนื้อขององค์พระเป็นสีขาว มีความหนึกนุ่ม และมีรอยแตกร้าวแบบไข่นกปรอท จะมีความแตกต่างกันตรงที่พระวัดพลับบางองค์จะมีรอยลานของเนื้อพระอันเกิดจากความร้อน ซึ่งพระสมเด็จวัดระฆังฯ จะไม่ปรากฏรอยลานเลย แต่ก็ไม่ถือเป็นเอกลักษณ์ของพระวัดพลับทุกองค์
สำหรับพุทธลักษณะของพระปิดตาวัดพลับนั้น องค์พระเป็นพระภควัมบดีประทับนั่งสมาธิราบ สัณฐานกลม หลังเบี้ย บางองค์จะพบมีเนื้องอก ซึ่งเกิดจากแคลเซียมทำปฏิกิริยากับอากาศเกิดขึ้นบนองค์พระ เท่าที่พบจะแบ่งเป็น 2 พิมพ์ คือ
พิมพ์ใหญ่
พิมพ์เล็ก
การพิจารณาผิวของ “พระวัดพลับ” ที่บรรจุอยู่ในกรุเจดีย์กระรอกเผือกเป็นเวลานานนับร้อยกว่าปีนั้น ให้ดูที่สีผิวขององค์พระจะค่อนข้างขาว ปรากฏเป็นคราบน้ำตกผลึกเป็นสีขาวและสีเหลืองอ่อนเจือปนที่เรียกกันว่า "ฟองเต้าหู้" ถึงแม้การสร้างพระวัดพลับจะดูแบบง่าย ๆ ไม่มีรายละเอียดมากนัก แต่ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจได้มากมาย เมื่อมองแล้วจะเกิดความรู้สึกลึกซึ้งนุ่มนวล นอกเหนือจากความเก่าและพุทธคุณอันเลิศล้ำแล้ว ทำให้พระวัดพลับได้รับความนิยมอย่างสูง ปัจจุบันแทบจะหาดูหาเช่ายากเอามากๆ ทีเดียวเชียวครับผม








