ปกครองบางละมุงขานรับนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผนึกกำลังตำรวจ เทศบาล กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตั้งด่านสกัดและกวาดล้างอาวุธ ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ พร้อมเน้นย้ำมาตรการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาลในระดับพื้นที่ โดยมีประเด็นสำคัญทั้งการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน การปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอั้งยี่ซ่องโจร การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ การดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว การเชื่อมโยงและจัดการฐานข้อมูล รวมถึงการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กระทรวงมหาดไทยได้ผนึกกำลังร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขับเคลื่อนอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” ตามผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 โดยกำหนด 9 ภารกิจสำคัญ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอในฐานะผู้นำพื้นที่ บูรณาการการทำงานร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้กำกับการสถานีตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ตามแผนการปฏิบัติ “แผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” ระหว่างวันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.
ขณะที่นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี สั่งการให้นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง นำทีมปลัดอำเภอบางละมุง สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก 4 สถานีในพื้นที่อำเภอบางละมุง ได้แก่ สภ.บางละมุง สภ.เมืองพัทยา สภ.หนองปรือ และ สภ.ห้วยใหญ่ รวมถึงกำลังผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และเทศบาลในพื้นที่ กระจายกำลังตั้งจุดตรวจตามพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อสกัดจับสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติดและอาวุธปืน
หากตรวจพบผู้ใดพกพาอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น พร้อมเดินหน้ากวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอาชญากรรมและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นดำเนินการตาม 7 มาตรการสำคัญอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย 1. ติดตามและเฝ้าระวังผู้พ้นโทษจากเรือนจำที่เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 2. ตั้งจุดตรวจและออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ โดยบูรณาการกำลังสายตรวจร่วมกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) 3. ปราบปรามยาเสพติด พร้อมตรวจค้นบ้านร้าง โกดังร้าง และสถานที่ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง
กวดขันการแต่งกายของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ พร้อมเฝ้าระวังบุคคลที่แต่งกายเลียนแบบข้าราชการเพื่อใช้ก่อเหตุ 5. ห้ามเจ้าหน้าที่พกพาอาวุธปืนโดยไม่จำเป็นหรือไม่เป็นไปตามระเบียบอย่างเด็ดขาด 6. เร่งปราบปรามการลักลอบใช้สถานที่ผลิตยาเสพติดและสารเคมีผิดกฎหมาย และ 7. บูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
จากผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ตรวจค้นและพบเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 100 นัด อาวุธมีด ยาเสพติดประเภท 1 และบุคคลที่มีผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่มีการดัดแปลงท่อเสียงดัง และรถจักรยานยนต์ที่ไม่มีเอกสารสำเนารถมาแสดงอีกจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลพร้อมของกลางส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละท้องที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป พร้อมเดินหน้าบูรณาการกำลังทุกฝ่ายในการตั้งจุดตรวจและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด อาวุธ และสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง








