จากวิกฤตจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง สภาแห่งชาติเวียดนามพยายามกอบกู้ด้วยการผ่านร่างกฎหมายประชากรฉบับใหม่เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2025 ด้วยคะแนนเห็นชอบร้อยละ 94.71 เพื่อปรับทิศทางนโยบายจากการควบคุมกำเนิดไปสู่การส่งเสริมการเพิ่มจำนวนประชากรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
กฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป มุ่งเป้าไปที่การรักษาอัตราเจริญพันธุ์รวมให้กลับไปอยู่ที่ระดับทดแทนคือ 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน หลังจากที่สถิติล่าสุดระบุว่าอัตราดังกล่าวได้ลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ที่ 1.91 ในปี 2024 และขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยเป็น 1.93 ในปี 2025 โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่างโฮจิมินห์ซิตี้ที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในประเทศเพียง 1.51-1.39 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน
กระทรวงสาธารณสุขเวียดนามจึงได้เสนอมาตรการสนับสนุนทางการเงินผ่านร่างกฤษฎีกา โดยกำหนดเงินอุดหนุนจำนวน 2 ล้านดอง (ประมาณ 76 ดอลลาร์สหรัฐ) ให้กับผู้หญิงที่มีบุตรคนที่สองก่อนอายุ 35 ปี รวมถึงกลุ่มสตรีจากชนกลุ่มน้อยขนาดเล็กและผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราการเกิดต่ำ
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสวัสดิการเพื่อลดภาระของผู้ปกครองอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การขยายสิทธิลาคลอดสำหรับผู้หญิงที่ให้กำเนิดบุตรคนที่สองเป็น 7 เดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีกำหนดไว้ 6 เดือน และให้สิทธิลาเพื่อช่วยภรรยาดูแลบุตรสำหรับพ่อเป็นเวลา 10 วันทำการ
นโยบายใหม่นี้ยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพเชิงรุกโดยรัฐบาลเสนอเงินอุดหนุนค่าตรวจคัดกรองสุขภาพก่อนคลอดจำนวน 900,000 ดองต่อคน และค่าตรวจคัดกรองทารกแรกเกิด 600,000 ดองต่อคน เพื่อตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมและโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพประชากรในระยะยาว
อีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่นำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงในเมืองใหญ่ คือการให้สิทธิพิเศษแก่ครอบครัวที่มีบุตรตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปในการเข้าถึงที่พักอาศัยทางสังคม (Social Housing) ทั้งในรูปแบบการซื้อ เช่า หรือเช่าซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของผู้เชี่ยวชาญที่มองว่าค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัยและการเลี้ยงดูบุตรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจแต่งงานช้าและไม่อยากมีบุตร
ความพยายามครั้งนี้ถูกผลักดันภายใต้คำขวัญใหม่ที่ว่า "การรักชาติคือการมีลูกให้ครบสองคน" เพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบต่อส่วนรวมในการรักษาโครงสร้างประชากรทองคำของประเทศที่คาดว่าจะสิ้นสุดลงในปี 2036-2039 ก่อนที่เวียดนามจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว ซึ่งหากปล่อยให้อัตราการเกิดลดต่ำต่อเนื่องเช่นนี้ต่อไป เวียดนามอาจต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงานและจำนวนประชากรที่ติดลบภายในปี 2051
แม้ว่าความท้าทายนี้จะคล้ายคลึงกับเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและจีน แต่เวียดนามหวังว่าการแทรกแซงด้วยนโยบายที่ยืดหยุ่นและการสนับสนุนทางการเงินที่ทันท่วงทีนี้ จะช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศได้ในอนาคต








