เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม เสนอแผนจัดสรรงบประมาณกว่า 1.8 ล้านล้านดองต่อปี หรือราว 2.21 พันล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินสนับสนุนจูงใจให้ประชาชนมีบุตร ท่ามกลางสถานการณ์อัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยหากได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาล นโยบายดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นไป
รายงานจากสำนักข่าวซินหัว ระบุว่า มาตรการนี้จะมีการมอบเงินสด หรือโอนผ่านระบบธนาคาร อย่างน้อย 2 ล้านดอง หรือประมาณ 2,464 บาท ให้กับผู้หญิงชาวเวียดนามที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด
กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ผู้หญิงจากกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำ ซึ่งต่ำกว่า 2.1 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน รวมถึงผู้หญิงที่มีบุตรสองคนก่อนอายุ 35 ปี
นอกจากมาตรการจูงใจด้านการเงินแล้ว กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม ยังมีแผนจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกว่า 2 ล้านล้านดองต่อปี หรือราว 2.46 พันล้านบาท เพื่อรองรับการตรวจคัดกรองโรคแต่กำเนิดในทารกแรกเกิด เพื่อยกระดับคุณภาพประชากรในระยะยาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขมองว่า การให้เงินจูงใจดังกล่าว เป็นความพยายามเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดที่ลดลง โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า อัตราการเจริญพันธุ์ของเวียดนามลดลงจาก 2.11 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคนในปี 2564 เหลือเพียง 1.91 คนในปี 2569 และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในอนาคต
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายด้านโครงสร้างประชากร ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังแรงงานของประเทศในระยะยาว ทำให้รัฐบาลเวียดนามต้องเร่งออกมาตรการเพื่อกระตุ้นการมีบุตรอย่างจริงจัง
#เวียดนาม #อัตราเกิดต่ำ #แจกเงิน #ประชากร #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ #นโยบายรัฐ #มีลูก #สาธารณสุข #ข่าววันนี้








