มาเลเซีย ถูกจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่น่าดึงดูดมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จากรายงานดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก ประจำปี 2569 ของ สถาบันมิลเคน
รายงานดังกล่าวระบุว่า มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนาในภูมิภาคเดียวกัน โดยปัจจัยสำคัญมาจากความแข็งแกร่งของสถาบันภายในประเทศ และพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีระดับรายได้ต่อหัวสูงที่สุดในบรรดา 6 ประเทศอาเซียนที่ถูกนำมาวิเคราะห์ในครั้งนี้
ขณะที่ เวียดนาม ถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งด้านการลงทุน โดยอยู่ในอันดับ 2 ของภูมิภาค และอันดับ 39 ของโลก จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงสูงถึง 6.5% ในปี 2568 ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เอื้ออำนวย และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ
ด้าน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ กัมพูชา ถูกจัดอยู่ในกลุ่มอันดับกลาง โดยอยู่ในอันดับที่ 46, 47 และ 56 ของโลกตามลำดับ ซึ่งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
สำหรับภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รายงานชี้ว่าบรรยากาศการลงทุนมีความแตกต่างกันไปตามระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอื่นทั่วโลกที่มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนใกล้เคียงกัน พบว่าภูมิภาคนี้มีความโดดเด่นด้านพื้นฐานเศรษฐกิจและระบบบริการทางการเงิน แต่ยังคงมีข้อจำกัดในด้านโครงสร้างเชิงสถาบัน
ในส่วนของมุมมองภาคธุรกิจ รวมถึงมาตรฐานและนโยบายระหว่างประเทศของประเทศในภูมิภาค ถือว่าอยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับครั้งนี้ไม่ได้รวม ประเทศไทย และ เมียนมา เนื่องจากมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างช้า และไม่มีข้อมูลอยู่ในรายงานความพร้อมทางธุรกิจปี 2568 ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานข้อมูลหลักของการจัดทำดัชนีดังกล่าว เช่นเดียวกับ บรูไน และ ติมอร์-เลสเต ที่ไม่ได้ถูกนำมารวมด้วยเหตุผลด้านข้อมูล ขณะที่ สิงคโปร์ ในฐานะประเทศพัฒนาแล้วเพียงแห่งเดียวในภูมิภาค ถูกแยกไปพิจารณาเฉพาะ
ทั้งนี้ ดัชนีโอกาสด้านการลงทุนระดับโลก เป็นการจัดอันดับประจำปีที่ประเมินจากตัวแปรรวม 101 ตัว ภายใต้ 5 หมวดหลัก ได้แก่ มุมมองภาคธุรกิจ พื้นฐานทางเศรษฐกิจ บริการทางการเงิน โครงสร้างเชิงสถาบัน และมาตรฐานนโยบายระหว่างประเทศ
รายงานยังสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวทีการลงทุนโลก โดยในช่วงปี 2564-2567 กลุ่ม 6 ประเทศในภูมิภาคสามารถดึงดูดเงินทุนไหลเข้าได้คิดเป็น 8.2% ของเงินทุนทั้งหมดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนา ซึ่งมากกว่า 70% ของเงินทุนดังกล่าวเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
ด้าน แมทธิว อะเลชี ผู้อำนวยการด้านภูมิเศรษฐศาสตร์ของสถาบันมิลเคน และหนึ่งในผู้จัดทำรายงาน ระบุว่า แนวโน้มการเติบโตของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง แต่บรรดานักลงทุนเริ่มมีความพิถีพิถันในการคัดเลือกประเทศลงทุนมากขึ้น
เขายังชี้ว่า การเคลื่อนย้ายเงินทุนโลกกำลังมุ่งสู่ตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากแนวโน้มดังกล่าว และประเทศที่สามารถรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาค ควบคู่กับการพัฒนาระบบการเงินและเสริมสร้างธรรมาภิบาล จะมีความพร้อมมากที่สุดในการดึงดูดการลงทุนระยะยาว
#มาเลเซีย #ลงทุนต่างประเทศ #เศรษฐกิจอาเซียน #ตลาดเกิดใหม่ #เวียดนาม #อินโดนีเซีย #ฟิลิปปินส์ #FDI #ข่าวเศรษฐกิจ #แนวโน้มลงทุน







