เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยว่า ที่ประชุมสภาแห่งชาติได้มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาการระงับการจัดเก็บภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดภายในประเทศ หลังห่วงโซ่อุปทานพลังงานยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากภาวะสงครามในอิหร่าน
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมการปรับลดภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ลงเหลือ 0% โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569
ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามได้รับมอบหมายให้สามารถปรับเปลี่ยนระยะเวลาและเงื่อนไขทางภาษีให้สอดคล้องกับสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก พร้อมรายงานผลต่อสภาแห่งชาติเป็นระยะ
ก่อนหน้านี้ เวียดนามได้เริ่มใช้มาตรการลดภาษีน้ำมันดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึงวันที่ 15 เมษายน เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพของประชาชน
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามระบุว่า ปัจจุบันโครงสร้างภาษีน้ำมันประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 7.4% ของราคาฐาน ขณะที่ภาษีคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอยู่ในช่วง 2.7% - 6% และภาษีสรรพสามิตคิดเป็น 6.7%
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า การลดภาษีครั้งนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังคงผันผวนรุนแรง
ข้อมูลจาก Petrolimex ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของเวียดนามระบุว่า ราคาน้ำมันภายในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นถึง 17% ขณะที่น้ำมันดีเซลพุ่งสูงถึง 70%
ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของเวียดนามในเดือนมีนาคมเพิ่มขึ้น 4.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รัฐบาลต้องเร่งดำเนินมาตรการเพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมายไม่เกิน 4.5% ภายในปีนี้
#เวียดนาม #ราคาน้ำมัน #เงินเฟ้อ #เศรษฐกิจโลก #น้ำมันแพง #ลดภาษี #ข่าวเศรษฐกิจ #พลังงาน #ตะวันออกกลาง #CPI #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจ #ราคาพลังงาน #นโยบายรัฐ #เงินเฟ้อพุ่ง








