กกต.ฟันผู้สมัคร สว.ยะลา ทุจริต! แฉแผนประทุษกรรม "แบ่งสาย แลกคะแนน" ส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ 10 ปี
คณะกรรมการ กกต. เผยแพร่ คำวินิจฉัย ผู้สมัคร สว.ระดับจังหวัด ยะลา ทุจริตเลือก สว. เปิดแผนประทุษกรรม-พฤติการณ์ แบ่งสายเอ-สายบี จับคู่แลกคะแนน ส่ง ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี-นัดตรวจพยานหลักฐาน 16 มิ.ย.69
เมื่อวันที่ 14 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยคณะกรรมการ กกต. ที่ 656/2568 ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี ของว่าที่ ร.ต. หรือ นายรอซีดีย์ บ่าวเบ็ญหมัด ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดยะลา กลุ่มที่ 19 (ผู้ถูกร้องที่ 1) นายกันต์พงษ์ ลิ่มกาญจนา ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดระยะ กลุ่มที่ 9 (ผู้ถูกร้องที่ 2) และนายสมมาตร ยานยา ผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดยะลา กลุ่มที่ 20 (ผู้ถูกร้องที่ 4) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62 และรัฐธรรมนูญปี 60 มาตรา 226
กรณีจึงปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ในการเลือก สว.ระดับจังหวัด จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 4 ได้ร่วมกันจัดให้มีการพบปะและประชุมผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดยะลา ตามสถานที่ต่าง ๆ โดยมีการเตรียมรายชื่อและหมายเลขของผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดยะลา ในกลุ่มต่าง ๆ โดยแยกเป็นสายเอและสายบี และมีการวางแผนให้ลงคะแนนเลือกผู้มีสิทธิเลือกระดับจังหวัด จังหวัดยะลา ในลักษณะจับคู่แลกคะแนนกัน ซึ่งการกระทำดังกล่าวของผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการสมยอมลงคะแนนให้แก่กันโดยจับคู่และแลกเปลี่ยนคะแนนเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสว. อันมิได้เป็นการลงคะแนนเลือกกันเอง ตามเจตนารมณ์ของรัฐธธรรมนูญปี 60 มาตรา 107 และพ.ร.ป.ว่าด้วยสว .ปี 61 มาตรา 11 และมาตรา 33 ซึ่งกำหนดให้ สว. มาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะหรือประโยชน์ร่วมกันหรือทำงานหรือเคยทำงานด้านต่าง ๆ ที่หลากหลายของสังคม โดยให้ใช้วิธีลงคะแนนลับตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ผู้สมัครนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบการตัดสินใจลงคะแนน มิใช่การสมยอมกันจับคู่ซึ่งเป็นการทุจริตในการเลือก อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย สว. ปี 61 มาตรา 62 และรัฐฐธรรมนูญ ปี 60 มาตรา 226
ส่วนกรณีผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 5 จากการไต่สวนยังไม่พบหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 4 แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ กกต. ยกคำร้อง ผู้ถูกร้องที่ 1 ถึง ผู้ถูกร้องที่ 5 ในข้อกล่าวหาที่ 1 จัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนน หรือ ไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วย สว. ปี 61 มาตรา 77 (1) และ ข้อกล่าวหาที่ 2 แนะนำตัวโดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการ กกต. กำหนด อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วย สว. ปี 61 มาตรา 36 และมาตรา 70
รายงานข่าวเพิ่มเติมว่า กรณีดังกล่าว ศาลฎีกา ได้แจ้งวันนัดพิจารณาคดีดังกล่าว (คดีเลือกตั้งหมายเลขดำที่ ลต สว 4/2569) ระหว่าง คณะกรรมการ กกต. ผู้ร้อง ว่าที่ ร.ต.รอซีดีย์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้คัดค้าน ตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 16 มิ.ย.2569
#กกต #เลือกสว #สว67 #ทุจริตเลือกสว #ทุจริตเลือกตั้ง #ยะลา #เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง #ศาลฎีกา #คำวินิจฉัยกกต #ข่าวการเมือง #ข่าวจริง #สำนักข่าวอิศรา #isranews #การเมืองไทย #รอซีดีย์บ่าวเบ็ญหมัด #กันต์พงษ์ลิ่มกาญจนา #สมมาตรยานยา #แลกคะแนน #ทุจริตยะลา








