รายงานพิเศษ
///
3 ก.ค.69 - ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชน บรรยากาศการเมือง "กทม." มีความเคลื่อนไหวสำคัญในการจัดตั้งขั้วอำนาจในสภากรุงเทพมหานครชุดใหม่ โดยพรรคประชาชนซึ่งมีจำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) มากที่สุดถึง 22 ที่นั่ง เปิดบ้านจัดการประชุมภายใต้ชื่อ "การประชุมวาระร่วม เพื่อยกระดับการทำงานสภากรุงเทพมหานคร"
ต้อนรับตัวแทนจากกลุ่มการเมืองต่าง ๆ และ สก. อิสระ เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกันและสร้างเอกภาพในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนให้นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก.เขตบางซื่อ จากพรรคประชาชน ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร
แกนนำหลักในการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.พรรคประชาชน นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ว่าที่ สก.เขตบางซื่อ จากพรรคประชาชน นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้ากลุ่มคนทำงาน นายนริสสร แสงแก้ว ว่าที่ สก.เขตบางเขน ตัวแทนผู้สมัครอิสระ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ สก.เขตลาดกระบัง ตัวแทนกลุ่ม กลุ่ม Better Bangkok รวมถึง ว่าที่ สก.และทีมงานจากกลุ่มต่าง ๆ
ก่อนการประชุม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวให้การต้อนรับกลุ่มเพื่อน สก. ทั้งจาก "กลุ่มคนทำงาน" นำโดยหัวหน้าทีม นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ซึ่งได้รับเลือกตั้ง 11 เขต และกลุ่ม "ผู้สมัครอิสระ" นำโดย นายนริสสร แสงแก้ว ว่าที่ สก.เขตบางเขน ซึ่งได้รับเลือกตั้ง 2 เขต และ "กลุ่ม Better Bangkok" นำโดย นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ สก.เขตลาดกระบัง ซึ่งได้รับเลือกตั้ง 2 เขต
นายดวงฤทธิ์ ตัวแทนกลุ่มคนทำงานกล่าว "สำหรับพวกเราทีมคนทำงาน เรามีหลักการที่พร้อมจะทำงานกับทุก ๆ คน ทุก ๆ ฝ่ายอยู่แล้ว วันนี้มีความยินดีที่มีโอกาสได้มาพูดคุย เพื่อเตรียมที่จะไปทำงานให้กับคนกรุงเทพฯ ด้วยกันครับ"
ด้านนายสุรจิตต์ ตัวแทนกลุ่ม Better Bangkok กล่าว "ผมมาพร้อมกับท่าน สก.เมธาวี (นางสาวเมธาวี ธารดำรงค์ ว่าที่ สก.เขตปทุมวัน) หรือพี่เม รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมเป็นกลุ่มเป็นก้อน เพื่อให้ว่าที่ท่านประธานสภา กทม. ท่านใหม่ ซึ่งเป็นไปตามครรลองครองธรรมในสิ่งที่ถูกต้อง กลุ่มเราประกาศชัดเจนตั้งแต่แรกว่าจะสนับสนุนพรรคประชาชน และยังยึดมั่นในคำเดิมครับ"
ขณะที่ นายนริสสร ว่าที่ สก.เขตบางเขน ตัวแทนกลุ่มอิสระ ระบุ "ผมพูดในนามตัวแทนอิสระที่ไม่สังกัดพรรค มีผมกับท่านผู้กำกับภิญโญ เขตบางพลัด (พ.ต.อ. ภิญโญ ป้อมสถิตย์ ว่าที่ สก.เขตบางพลัด) สิ่งสำคัญคือมารยาททางการเมือง เราควรให้เกียรติพรรคการเมืองหรือกลุ่มก้อนที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 ซึ่งผลออกมาคือพรรคประชาชนที่ได้ความไว้วางใจกว่า 22 คน การเมืองเราต้องเริ่มตั้งแต่การจับมือให้ความไว้วางใจเขาในการจัดตั้ง หรือคัดสรรประธานและรองประธานตามเสียงข้างมาก พรรคประชาชนให้เกียรติทาบทามและพูดคุยกับผมก่อน ผมเห็นพ้องในการขับเคลื่อน กทม. ส่งเสริมแนวทางสภาโปร่งใส และขอบคุณทุกกลุ่มที่ให้เกียรติและเข้าร่วมกันในครั้งนี้"
ภายหลังการประชุมแล้วเสร็จ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตัวแทนจากพรรคประชาชน ได้นำแถลงผลการประชุมอย่างเป็นทางการภายหลังการหารือร่วมกันกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยระบุว่าพรรคประชาชนได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมจาก "กลุ่มคนทำงาน" จำนวน 11 ท่าน มารวมกับเสียงเดิมที่มีอยู่จากพรรคประชาชน 22 ท่าน และ สก. อิสระอีก 4 ท่าน รวมทั้งสิ้นเป็น 37 ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่เกินกึ่งหนึ่งของสภา กทม. เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวาระ "สภาโปร่งใส" และการบริหารงบประมาณที่ตรวจสอบได้ให้เกิดขึ้นจริง
ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันใน 3 วาระสำคัญ วาระแรกคือการปฏิรูปข้อบังคับการประชุมสภา กทม. ให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการทุกชุด เปิดเผยบันทึกการลงมติและสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกต่อสาธารณะ วาระที่สองคือการผลักดันร่างข้อบัญญัติ "กรุงเทพมหานครโปร่งใส" โดยกำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างและงบประมาณทั้งหมดต้องอยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์ (AI) ประมวลผลได้ (Machine Readable) เพื่อให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ป้องกันการทุจริต
และกำหนดให้ สก. มีเวลาตรวจเอกสารงบประมาณก่อนพิจารณาวาระแรกไม่น้อยกว่า 30 วัน รวมถึง ประธานคณะกรรมการวิสามัญงบรายจ่ายประจำปี ต้องจัดให้มีระยะเวลาพิจารณางบแปรญัตติไม่น้อยกว่า 3 วันเพื่อให้สมาชิกมีเวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยจะผลักดันข้อบังคับและข้อบัญญัติดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปี 2569
และวาระสุดท้ายคือการเสนอตั้ง "คณะกรรมการความยั่งยืนและรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" เพื่อเตรียมความพร้อมของเมืองต่อวิกฤตภัยพิบัติอย่างยั่งยืน
ในส่วนของโครงสร้างฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้ง 37 ท่านมีมติเห็นชอบร่วมกันที่จะเสนอชื่อนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 พร้อมด้วย เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ว่าที่ สก.เขตบึงกุ่ม จากกลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายนริสสร แสงแก้ว ว่าที่ สก.เขตบางเขน จากกลุ่มอิสระ เป็นรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพื่อให้การทำงานตรวจสอบฝ่ายบริหารเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อรวมกลุ่มกันถึง 37 คนแบบนี้ ในอนาคตการทำงานในสภา กทม. จะมีลักษณะของการคัดค้านหรือตรวจสอบกันเหมือนที่ผ่านมาหรือไม่ หรือจะกลายเป็นมติที่ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด?
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (สส.พรรคประชาชน) ตอบ "การมาแถลงข่าวร่วมกันครั้งนี้เป็นการแสดงเจตจำนงของ สก. ทั้ง 37 ท่าน ในการผลักดันวาระสภาโปร่งใสและงบประมาณโปร่งใส แน่นอนว่าในสภา กทม. การถกเถียงเป็นเรื่องปกติของระบบประชาธิปไตย เรายังคงให้อิสระกับสมาชิกทุกท่านในการแลกเปลี่ยนความเห็น มันไม่ได้เหมือนการจัดตั้งรัฐบาลหรือฝ่ายค้านที่ต้องเห็นด้วยร่วมกันทั้งหมดในทุกเรื่อง แต่ใน 3 วาระที่เราแถลงไป คือข้อตกลงร่วมกันที่เราจะขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของชาวกรุงเทพฯ"
ด้านนายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง หัวหน้ากลุ่มคนทำงาน ระบุ "ทีมคนทำงานเราพร้อมสนับสนุนทุกเรื่องที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนกรุงเทพฯ และในขณะเดียวกันเราก็พร้อมที่จะทำงานด้านการตรวจสอบอย่างสร้างสรรค์ เพราะพวกเราทุกคนที่อาสามาทำงานนี้ มีเจ้านายคนเดียวกันคือคนกรุงเทพฯ เราจะยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก"
ขณะที่นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ว่าที่ สก.เขตลาดกระบัง ตัวแทนกลุ่ม Better Bangkok กล่าวถึงกรณีระบบอากงว่า "ไม่ว่าจะเป็นระบบอากง อาม่า หรืออาแปะ ถ้าทำให้เกิดสภาที่ไม่โปร่งใส เราต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ผมขอยืนยันว่าภายใต้ความร่วมมือนี้ จะไม่มีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้นในสภากรุงเทพมหานครแห่งนี้แน่นอน"
สำหรับรายชื่อสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ว่าที่ สก.) ทั้ง 37 คน ที่เข้าร่วมเจตจำนงความร่วมมือ ประกอบด้วย
สก.จากพรรคประชาชน 22 คน
1. นายสุรเกียรติ หวังพิทักษ์ (ว่าที่ สก. เขตคลองสามวา) 2. นายอภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย (ว่าที่ สก. เขตจตุจักร) 3. นายอดิศร ฤกษ์ลักษณี (ว่าที่ สก. เขตดอนเมือง) 4. นายอัมรินทร์ สวัสยานุภาพ (ว่าที่ สก. เขตดินแดง) 5. นายอัครชัย กันธมาลา (ว่าที่ สก. เขตดุสิต) 6. นายกันตพงศ์ ดีชัยยะ (ว่าที่ สก. เขตตลิ่งชัน) 7. นายณัฐนนท์ นาคหล่อ (ว่าที่ สก. เขตทวีวัฒนา) 8. นายอำนาจ ปานเผือก (ว่าที่ สก. เขตบางแค) 9. นางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย (ว่าที่ สก. เขตบางซื่อ) 10. นายฉัตรชัย หมอดี (ว่าที่ สก. เขตบางนา) 11. นายวรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ (ว่าที่ สก. เขตพญาไท)
12. นายสราวุธ อนันต์ชล (ว่าที่ สก. เขตพระโขนง) 13. นายอดิเจษฎ์ ประยูรพฤกษ์ (ว่าที่ สก. เขตพระนคร) 14. นายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร (ว่าที่ สก. เขตยานนาวา) 15. นายเอกกวิน โชคประสพรวย (ว่าที่ สก. เขตราชเทวี) 16. นายไสว โชติกะสุภา (ว่าที่ สก. เขตราษฎร์บูรณะ) 17. นางสาวรัชญา เพ็งสุข (ว่าที่ สก. เขตลาดพร้าว) 18. นางสาวภัคญดา อำนวยเดชกร (ว่าที่ สก. เขตวัฒนา) 19. ว่าที่ ร.ต. ไซราม ประกายกิจ (ว่าที่ สก. เขตสาทร) 20. นายหยกพรชัย อิสระเสรีพงษ์ (ว่าที่ สก. เขตหนองจอก) 21. นายณพวิทย์ วงศ์อารีย์ (ว่าที่ สก. เขตหลักสี่) 22. นายปภาวิน ติณณ์พิพัฒน์โสภณ (ว่าที่ สก. เขตห้วยขวาง)
กลุ่ม สก. อิสระ 4 คน
23. นายนฤสรณ์ แสงแก้ว (ว่าที่ สก.เขตบางเขน) 24. พันตำรวจเอก ภิญโญ ป้อมสถิตย์ (ว่าที่ สก.เขตบางพลัด) 25. นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา (ว่าที่ สก.เขตลาดกระบัง) 26. นางสาวเมธาวี ธารดำรงค์ (ว่าที่ สก.เขตปทุมวัน)
กลุ่มคนทำงาน 11 คน
27. นายเนติภูมิ มิ่งรุจิรา(ว่าที่ สก.เขตบึงกุ่ม) 28. นางสาวชญาดา วิภัติภูมิประเทศ (ว่าที่ สก.เขตคันนายาว) 29. นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา (ว่าที่ สก.เขตบางกะปิ) 30. นางสาวมธุรส เบนท์ (ว่าที่ สก.เขตสะพานสูง) 31. นางสาวปิยะวรรณ จระกา (ว่าที่ สก.เขตสวนหลวง) 32. นายวิพุธ ศรีวะอุไร (ว่าที่ สก.เขตบางรัก)
33. นายปวิน แพทยานนท์ (ว่าที่ สก.เขตบางคอแหลม) 34. นายกฤษฏ์ คงวุฒิปัญญา (ว่าที่ สก.เขตภาษีเจริญ) 35. นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล (ว่าที่ สก.เขตธนบุรี) 36. นายสารัช ม่วงศิริ (ว่าที่ สก.เขตบางขุนเทียน) 37. นายณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ (ว่าที่ สก.เขตบางบอน)








