"ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" ผู้นำฝ่ายค้าน แฉเบื้องลึกปมทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ชี้ชัดเป็นศึกภายในของข้าราชการ "สายสีน้ำเงิน" ขัดผลประโยชน์จนเรื่องแดง เหน็บแรงถึง "อนุทิน ชาญวีรกูล" เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาหลายสมัยย่อมรู้ปัญหาดี แต่กลับไร้การแอ็กชันตั้งแต่ต้น จนเรื่องกลายเป็นข่าวถึงค่อยตามเช็ดล้างกวาดบ้านตัวเอง วอนรัฐบาลทบทวนมาตรการด่วน หลังคนสอบสุจริตนับพันรายต้องพลอยรับกรรมชะงักการบรรจุ
วันที่ 3 ก.ค.2569 เวลา 08.55 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ซึ่งส่งผลให้เลขานุการของรัฐมนตรีรายหนึ่งต้องประกาศลาออกว่า ในขณะนี้ตนอยากให้ทุกฝ่ายตั้งต้นที่กลุ่มผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นประชาชนคนธรรมดาที่กำลังได้รับผลกระทบเป็นวงกว้างจากมาตรการสั่งชะลอของรัฐบาล ว่า จากกระแสข่าวและข้อมูลเบื้องต้นที่พรรคฝ่ายค้านได้รับมา เหตุการณ์ทุจริตที่ถูกเปิดโปงขึ้นมาในครั้งนี้ น่าจะเกิดจากความขัดแย้งภายในของกลุ่มข้าราชการประจำ ซึ่งพบว่าเป็นคนของ "สายสีน้ำเงิน" ด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อเกิดการหักเหลี่ยมขัดแย้งกันเองจนเรื่องถูกปูดออกมาสู่สาธารณะ ผลกระทบกลับตกอยู่กับประชาชนที่เข้าสอบอย่างสุจริต
"เมื่อวานนี้ผมเพิ่งได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้เข้าสอบที่บริสุทธิ์ ครอบครัวของพวกเขามีความหวังมากกับการสอบผ่านในครั้งนี้ และควรได้รับการบรรจุเข้าทำงานตามสิทธิ์ ตอนนี้มีคนร่วมลงชื่อร้องเรียนแล้วเป็นพันคน และเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายที่ไม่รู้เรื่องอีกเป็นจำนวนมาก" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีจะต้องกลับมาทบทวนมาตรการลงโทษเหมารวมที่สั่งการออกไป โดยขอให้พิจารณาตรวจสอบเป็นรายกรณี เพื่อไม่ให้กลุ่มคนที่สอบผ่านด้วยความสามารถของตนเองต้องถูกลอยแพ จึงขอตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน โดยระบุว่า หากเรื่องนี้ไม่มีความขัดแย้งภายใน หรือไม่ถูกสื่อมวลชนนำเสนอข่าว รัฐบาลก็คงจะปล่อยผ่านไปใช่หรือไม่ จึงอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงให้เห็นว่า การทลายเครือข่ายสีเทาและการจับทุจริตนั้น เกิดจากความตั้งใจจริงของรัฐบาลจากภายใน ไม่ใช่รอให้เกิดหน้าข่าวก่อนแล้วค่อยวิ่งตามแก้ปัญหา
เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกมาการันตีว่า นายกรัฐมนตรี (ในฐานะ รมว.มหาดไทย) เอาจริงกับเรื่องนี้และจะไม่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อย นายณัฐพงษ์ ตอกกลับทันทีว่า
"อย่าลืมว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาหลายสมัยแล้ว ท่านย่อมทราบดีอยู่แล้วว่ามีปัญหาทุจริตลักษณะนี้อยู่ในกระทรวงมานาน ถ้ารู้อยู่แล้วและมีความจริงใจจะแก้ปัญหา ก็ควรจะลงมือจัดการตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง ไม่ใช่รอให้เกิดการปูดข่าวจากศึกภายในของตัวเองแล้วค่อยมาตามเก็บกวาดเช็ดล้าง แบบนี้ไม่ได้เรียกว่ามีความจริงใจ แต่เป็นการไปตามล้างปัญหาภายในตัวเองมากกว่า"








