ป.ป.ช. สนธิกำลัง บก.ปปป. และ ป.ป.ท. เข้าจับกุมปลัดอำเภอ จ.สระบุรี คาห้องทำงาน หลังถูกร้องเรียนเรียกรับเงิน 6,000 บาท แลกออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืน โดยอ้างเป็นค่าธรรมเนียม ก่อนนำหมายศาลเข้าจับกุมพร้อมของกลางเงินสด ดำเนินคดีข้อหาทุจริตตามมาตรา 149 และ 157
วันที่ 3 ก.ค.69 สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายพัฒนพงศ์ จันทรเพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ ว่าที่ร้อยตรี คทาวุธ คลังนุช ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวน และปฏิบัติการข่าว 2 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษและเจ้าหน้าที่งานสืบสวนคดีทุจริตจังหวัดสระบุรี ร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) ร่วมปฏิบัติการจับกุมเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ (ปลัดอำเภอ) สังกัดที่ทำการปกครอง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 20/2569 ลงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ในฐานความผิด “เป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157
สืบเนื่องจาก สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับการการแจ้งเบาะแสจากผู้เสียหายว่าได้ดำเนินการยื่น คำร้องขอออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) จำนวน 2 กระบอกคือ ปืนยาวชนิดเดี่ยว ลูกซอง ขนาด 12 (5 นัด) และปืนสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 6 มม. เพื่อรับโอนปืนทั้ง ๒ กระบอกดังกล่าวจากมารดา ต่อมาเจ้าหน้าที่นักสืบสวนคดีทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ได้ลงพื้นที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่านายปริน (สงวนนามสกุล) เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ (ปลัดอำเภอ) สังกัดที่ทำกาการปกครองอำเภอพระพุทธบาท ปฏิบัติหน้าที่ ณ ที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีพฤติการณ์การประวิงเวลาและสร้างเงื่อนไขในการดำเนินการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.๓) โดยอ้างกับผู้เสียหายในครั้งแรกว่ามีค่าธรรมจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท(หนึ่งหมื่นบาท) ซึ่งตามกฎหมายค่าธรรมเนียมใบอนุญาต ให้ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน (แบบ ป.3) เพียงฉบับละ 5 บาท
ผู้เสียหายจึงได้ให้ข้อมูลและแจ้งเบาะแสต่อสำนักงาน ป.ป.ช. และได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย จนนำไปสู่การยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุมัติ หมายจับ และเปิดปฏิบัติการจับกุม ณ ที่ทำการปกครองอำเภอพระพุทธบาท ภายหลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ฯ ได้ทำการตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจรวดสิ่งของที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดี และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ซึ่งระหว่างการเข้าจับกุมนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการล่อซื้อ ตามหมายจับ โดยการให้ผู้ที่จะทำการซื้ออาวุธปืน ได้นำเงิน จำนวน 6,000 บาท ไปมอบให้กับทางปลัดอำเภอ เพื่อเป็นการให้ดำเนินการออกใบอนุญาตซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุน ซึ่งก่อนที่จะนำไปให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการถ่ายเอกสารธนบัตรไว้ก่อนแล้ว และเมื่อผู้ที่ต้องการขอใบอนุญาตไปพบกับปลัดอำเภอ และได้นำเงินที่เตรียมมาใส่ซองสีน้ำตาลมอบให้กับปลัดอำเภอ ทางปลัดอำเภอได้นำเงินใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ทางเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัว พร้อมนำหมายศาลแสดงให้กับทางปลัดอำเภอว่าตนเองได้ถูกออกหมายจับ ซึ่งทางปลัดอำเภอมีสีหน้าที่ตกใจ และหน้าซีด พูดเสียงตะกุกตะกัก ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะให้ทางปลัดอำเภอฯ หยิบซองเงินที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมา และเมื่อเปิดออกดูพบว่าเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 6 ใบ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำธนบัตรมาเปรียบเทียบดูกับที่ถ่ายเอกสารไว้ ปรากฏว่าเป็นหมายเลขเดียวกันกับธนบัตรจริง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน และนำตัวส่งไปยัง บก.ป.ป.ป. เพื่อดำเนินคดีทางด้านกฎหมายต่อไป แต่ทางปลัดอำเภอยังให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา








