"ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" ผู้นำฝ่ายค้านเปิดฉากสับแหลกปัญหายาเสพติด ชี้ช่องโหว่ตามแนวชายแดนและการทุจริตคอร์รัปชันทำไทยกลายเป็นทางผ่านกระจายยาเสพติดสู่เวทีโลก ผุดบิ๊กไอเดียเสนอรัฐบาลทำ "รั้วเทคโนโลยี" อุดรอยรั่วตะเข็บชายแดน ดึงระบบดิจิทัลตัดวงจรดุลพินิจเจ้าหน้าที่รัฐ ย้ำชัดปมสั่งห้ามแชร์ข่าวแอร์โฮสเตสขนยาเสพติดที่ออสเตรเลียเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ จี้ต้องรื้อระบบตั้งแต่ "ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ"
วันที่ 3 ก.ค.2569 เวลา 08.55 น.ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในประเทศไทยที่ทวีความรุนแรง จนกลายเป็นทางผ่านสำคัญในการกระจายยาเสพติดไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกว่า ปัญหานี้เรื้อรังมานานและปฏิเสธไม่ได้ว่า สาเหตุหลักเกิดจากการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงราชการ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐต่างรู้ดีว่าผู้ค้ายาหรือจุดกระจายยาอยู่ตรงไหน แต่กลับไม่สามารถปราบปรามได้อย่างเด็ดขาด สิ่งสำคัญที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องตระหนัก คือ การออกมาชี้แจงในลักษณะขอความร่วมมือไม่ให้แชร์ข่าวสารเพราะกลัวทำลายภาพลักษณ์ประเทศนั้น ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ตอบโจทย์
"ส่วนใหญ่เรามักจะเสียตัวเลขงบประมาณมหาศาลไปกับการแก้ไขปัญหาที่ปลายทาง ซึ่งถามว่าจำเป็นต้องทำไหม ก็ยังจำเป็น เช่น โครงการโรงเรียนสีขาว ชุมชนเข้มแข็ง หรือการสร้างสภาพแวดล้อมให้เยาวชนปลอดภัย แต่สิ่งที่เราขาดและต้องเร่งทำคือการแก้ปัญหาที่ 'ต้นน้ำ' และ 'กลางน้ำ' โดยเฉพาะการทำแนวชายแดนให้เข้มแข็ง" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขอเสนอแนวคิดการนำระบบเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาปรับใช้บริเวณชายแดน หรือ "รั้วเทคโนโลยี" เนื่องจากต้องยอมรับความจริงว่า ปัจจุบันมีช่องทางธรรมชาติและช่องลอดตามแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางจุดเจ้าหน้าที่รัฐอาจจะรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยให้เกิด "ช่องทาง VIP" ในการลักลอบขนส่งยาเสพติดเข้ามาในประเทศ นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ โดยยกตัวอย่างระบบกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ ที่เมื่อทำผิดกฎหมาย ระบบจะส่งข้อมูลตรงไปยังส่วนกลางและออกใบสั่งทันที โดยไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไปยืนแทรกกลางในกระบวนการ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเรียกรับผลประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อถามถึงกรณีอื้อฉาวล่าสุดที่ทางการออสเตรเลียตรวจพบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (แอร์โฮสเตส) ลักลอบขนยาเสพติด ซึ่งอาจทำความเสื่อมเสียและกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้กระทบต่อภาพลักษณ์อย่างแน่นอน แต่ทางออกไม่ใช่การสั่งปิดปากหรือห้ามแชร์ข่าว ทว่ารัฐบาลต้องคิดให้จบทั้งกระบวนการ เพราะแหล่งผลิตยาเสพติดรายใหญ่ล้วนตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านรอบไทย ซึ่งถือเป็นปัญหาระดับโลก คำถามสำคัญคือ ประเทศไทยจะวางบทบาททางการทูตในภูมิภาคอย่างไร ที่จะชักชวนนานาประเทศเข้ามาร่วมแก้ปัญหานี้ โดยให้ไทยเป็นแกนกลาง (Hub) ในการขับเคลื่อน
"อยากให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญกับการวางระบบคิดให้จบทั้งกระบวนการ ต้นน้ำอาจจะแก้ยากและต้องใช้เวลา แต่กลางน้ำอย่างการทำรั้วเทคโนโลยีเพื่อสร้างชายแดนที่เข้มแข็ง เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทันที และเชื่อมั่นว่าจะทำให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน" ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว








