ยกให้เป็นน่านน้ำย่านสมุทรที่ระอุร้อนแรงยิ่งกว่าน่านน้ำไหนๆ บนผืนพิภพ ณ ชั่วโมงนี้ พ.ศ. นี้

สำหรับ มหาสมุทรแปซิฟิกทางฟากฝั่งของทวีปเอเชีย ตามที่หลายคนเรียกว่า “เอเชีย-แปซิฟิก” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่น่านน้ำของหลายๆ ประเทศ อาทิ จีนแผ่นดินใหญ่ ญี่ปุ่น สองคู่รักคู่แค้นร่วมชาติเกาหลี คือ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ลากรวมไปถึงออสเตรเลีย

ใช่แต่เท่านั้น ทว่า ยังมีมหาอำนาจโลกของอีกฟากมหาสมุทร อย่าง “สหรัฐอเมริกา” ก็ยังมาร่วมแจมแบบแสดงบทบาทนำ ก็ยิ่งส่งผลทำให้การเผชิญหน้า ซึ่งร้อนแรงเป็นทุนเดิมอยู่ ทวีดีกรีให้แรงร้อนกันยิ่งๆ ขึ้นไป อีก

โดยการเผชิญหน้าก็มีทั้งความขัดแย้ง พิพาททางดินแดนเกี่ยวกับการอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองเกาะแก่งต่างๆ ของนานาประเทศ ในบริเวณทะเลจีนตะวันออก และทะเลจีนใต้ น่านน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมไปถึงการแข่งขันแสนยานุภาพทางการทหาร สั่งสมอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นประการต่างๆ ประดามี ของเหล่าชาติที่กำลังเผชิญหน้า ตลอดจนการขยายฐานทัพในประเทศทั้งหลายในย่านเอเชีย – แปซิฟิก ตามยุทธศาสตร์นอกชายฝั่งเชิงรุกของเหล่าชาติมหาอำนาจ ซึ่งสถานการณ์กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นดุเดือด ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และเร็วๆ นี้ที่เพิ่งผ่านพ้นไป

เริ่มจากกรณีที่ “ไต้หวัน” ชาติคู่ปรปักษ์จีนแผ่นดินใหญ่ นับตั้งแต่สถาปนาประเทศในยุคใหม่กันเป็นต้นมาเลยทีเดียว จะได้เขี้ยวเล็บแสนยานุภาพทางอากาศชุดใหม่ เมื่อปรากฏว่า ทางการสหรัฐอเมริกา ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ย้ำสัมพันธ์กับไต้หวัน ซึ่งมีประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำ ได้อนุมัติการขายฝูงบินรบแบบ “เครื่องบินขับไล่เอฟ-16” จำนวนถึง 66 ลำ ชนิดสร้างประวัติศาสตร์การขายลอตใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับ “ดีล” การทำข้อตกลงซื้อขายครั้งนี้

ฝูงบินขับไล่เอฟ-16 ของสหรัฐฯ ที่อนุมัติขายให้แก่ไต้หวัน

ผลพวงจากดีลข้างต้น สร้างความ “ล่ำซำ” ให้ “ลุงแซม” แดนสหรัฐฯ ที่นับเงินเข้าไปจนกระเป๋าตุง แต่ก็กลับทำให้สถานการณ์บริเวณช่องแคบไต้หวัน ต้องร้อนระอุเพิ่มขึ้นไปอย่างถนัดใจ จากการที่พญามังกรจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่พอใจอย่างรุนแรง

ทั้งออกแถลงการณ์ติงเตือนไปจนถึงตำหนิประณาม ไปจนถึงการแสดงออก ด้วยการ สั่งให้ “กองทัพปลดปล่อยประชาชน” หรือ “พีแอลเอ” ดำเนินการ “ซ้อมรบ” บริเวณ “ช่องแคบไต้หวัน” ริมฝั่งมณฑลเจ้อเจียง อันเป็นฝากตรงข้าม “น่านน้ำนอกชายฝั่งของไต้หวัน” โดยทันที ทั้งนี้ ในการซ้อมรบครั้งที่ผ่านมา ก็ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 1 เดือน โดยการซ้อมรบก็ใช้อาวุธจริง กระสุนจริง แบบข่มขวัญชาวไต้หวันให้หวาดหวั่นกันโดยตรง

ส่วนหนึ่งของกองทัพปลดปล่อยประชาชน หรือพีแอลเอ ของจีน ที่ปฏิบัติการซ้อมรบบริเวณใกล้กับช่องแคบไต้หวัน เพื่อข่มขวัญไต้หวัน จากกรณีซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ

เช่นเดียวกับ “ญี่ปุ่น” ชาติคู่แค้นของจีนแผ่นดินใหญ่ ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันเผชิญหน้ากันด้วยข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ครอบครองหมู่เกาะเซนกากุ หรือเตียวหยู ในทะเลจีนตะวันออก ก็ปรากฏว่า ญี่ปุ่น ได้เลือกสรรแล้วที่ควักกระเป๋าซื้อฝูงบินรบ แบบเครื่องบินขับไล่เอฟ-35บี จากสหรัฐฯ จำนวนถึง 42 ลำ มาประจำการใน “กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ” ที่ปัจจุบันมีศักยภาพ แสนยานุภาพ ไม่ผิดอะไรกับ กองทัพอากาศชาติมหาอำนาจชาติหนึ่ง ซึ่งเหตุปัจจัยที่ทำให้ “ซามูไร” อันเป็นฉายาของประเทศญี่ปุ่น ต้องทุ่มทุนซื้อเครื่องบินรบฝูงใหม่นี้ ก็เพื่อเป็นเขี้ยวเล็บ ประจัญบานทางอากาศ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันกับจีนแผ่นดินใหญ่ ที่นับวันจะแผ่อิทธิพล จนสร้างความหวั่นใจในความมั่นคงในภูมิภาค รวมถึงการต่อกรกับเกาหลีเหนือ ที่ก็เป็นอีกชาติหนึ่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับญี่ปุ่น มาตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เช่นกัน

เครื่องบินขับไล่แบบเอฟ-35บี ที่ญี่ปุ่น ซื้อจากสหรัฐฯ

ขณะที่ “ฟิลิปปินส์” แดนตากาล็อก ก็ต้องจัดสรรงบประมาณจำนวนหนึ่ง เพื่อยกระดับมาตรฐาน หรืออัพเกรด กองเรือฟรีเกต กองเรือลาดตระเวนของกองทัพเรือ โดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ของฟิลปปินส์ ได้ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับทาง “ฮุนได เฮฟวี อินดัสตรี” บริษัทผู้ผลิตสินค้าด้านอุตสาหกรรมหนักและอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังของเกาหลีใต้ ให้มาอัพเกรดกองเรือฟรีเกต เรือลาดตระเวน ของกองทัพเรือฟิลิปปินส์

ที่มาที่ไปอันทำให้ชาติเล็กๆ ในเอเชีย-แปซิฟก ต้องร่วมเวทีประชันทางแสนยานุภาพทางการทหารด้วยนั้น ก็เพราะว่า “ฟิลิปปินส์” กำลังเผชิญหน้าในลักษณะที่ตนเองตกเป็นรองกับจีนแผ่นดินใหญ่ จากการที่มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ครอบครองหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ระหว่างกัน

เรือรบของฟิลิปปินส์ ที่สั่งต่อเรือจากบริษัท ฮุนได เฮฟวี อินดัสตรี ในเกาหลีใต้

โดยในประเด็นพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนใต้นี้ ทางจีนแผ่นดินใหญ่ ก็มีปัญหากับชาติอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียใต้ด้วยเช่นกัน อาทิ กับเวียดนาม ที่ถึงขนาดล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามจีนแผ่นดินใหญ่ แสดงพฤติกรรมเป็นอันธพาลต่อเวียดนาม ในการเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องพิพาทที่ว่านี้

ทั้งนี้ ในการประจันหน้ากับปัญหาข้างต้น หลายประเทศในภูมิภาคอุษาคเนย์ ก็ได้เริ่มจัดซ้อมรบทางทะเลกันขึ้น ท่ามกลางภัยความมั่นคง การเผชิญหน้าทางทะเลจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งปรากฏว่า ทางสหรัฐฯ จะร่วมซ้อมรบกับทัพเรือของบรรดาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงสัปดาห์หน้านี้

ทหารเรือของเวียดนาม ประจำการในทะเลจีนใต้

ขณะเดียวกัน ทางด้านจีนแผ่นดินใหญ่ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า ได้พยายามขยายอิทธิพลทั้งทางการทหารและเศรษฐกิจ แถมยังประสบผลสำเร็จอีกต่างหาก ล่าสุด ก็ได้บรรลุข้อตกลงในการมาตั้งฐานทัพเรือที่ประเทศกัมพูชา บริเวณ “ฐานทัพเรือเรียม” ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงพนมเปญ

ฐานทัพเรือเรียมของกัมพูชา ที่จีนแผ่นดินใหญ่จะมาตั้งฐานทัพ เพื่อใช้เป็นหนึ่งในฐานทางยุทธศาสตร์ย่านเอเชีย-แปซิฟิก

ประชันขันแข่งกันอย่างดุเดือดเยี่ยงนี้ ก็ทำให้น่านน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกฟากเอเชีย หรือที่เรียกว่า เอเชีย-แปซิฟิก ร้อนระอุขึ้นมาถนัดใจ

เรือรบจีนที่ประจำการในทะเลจีนใต้