PTT King 10

นายวริศ ยงสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทได้เล็งเห็นถึงโอกาสของการขยายตลาดเรือยอช์ตขนาดยักษ์ในไทย และภูมิภาค ที่กำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้ากลุ่มไฮเอ็นที่มีศักยภาพในการซื้อสูง ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงได้ร่วมมือกับ เบอร์เจส บริษัทที่มีประสบการณ์ในตลาดซูเปอร์ยอช์ต และเมกะยอช์ต ซึ่งจะทำให้ โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง เป็นผู้ประกอบการด้านเรือยอช์ตรายใหญ่ของไทยที่ให้บริการอย่างครบวงจร สามารถตอบสนองต่อความความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร้ข้อจำกัด ทั้งการซื้อขาย การเช่าซูเปอร์ยอร์ต เมกะยอช์ตเพื่อการท่องเที่ยวในที่ต่างๆ ของโลก โดยงานแรกจะมีเรือซูเปอร์ยอช์ต และเมกะยอช์ต จำนวน 4 ลำ ราคาลำละ 1,500-2,500 ล้านบาท เดินทางมาเอเชียเพื่อการท่องเที่ยว โดยจะเปิดโอกาสให้กลุ่มลูกค้าของบริษัทฯ สามารถใช้บริการเช่าได้ด้วย

“การเป็นพันธมิตรกับเบอร์เจส ไม่เพียงจะช่วยขยายศักยภาพของ โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง ในตลาดซูเปอร์ยอช์ตเติมเต็มความต้องการให้กับลูกค้าแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้าระดับบนสุดที่ต้องการเช่าเรือซูเปอร์ยอช์ต เมกะยอช์ตเพื่อท่องเที่ยวตามที่ต่างๆทั่วโลก โดย เบอร์เจส จะมีซูเปอร์ยอช์ตที่เข้าไปดูแลด้านการให้เช่ากว่า 100 ลำ นอกจากนั้นยังช่วยยกระดับให้ประเทศไทยเป็นอีกจุดหมายปลายทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทางซูเปอร์ยอช์ตจะต้องเดินทางมา ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นทั้งโรงแรม ร้านอาหาร การท่องเที่ยวและอื่นๆ ทั้งนี้จากการประมาณการว่าซูเปอร์ยอช์ต 1 ลำ ที่เดินทางมาแวะพักที่ประเทศไทยจะใช้จ่ายประมาณ 35-70 ล้านบาทต่อทริป” นายวริศ กล่าว

ซูเปอร์ยอช์ต

สำหรับ โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง มีผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับเรือยอช์ตครบวงจร เหมาะสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ หลากหลายขนาดและรูปแบบ ตั้งแต่การจำหน่ายเรือยอช์ตลำใหม่ การจำหน่ายเรือยอช์ตมือสองจากแบรนด์เรือยอช์ตระดับโลก อาทิ Princess, Jeanneau, Prestige และ SACS การให้บริการเช่าเรือยอช์ต การบำรุงรักษาเรือยอช์ต และงานบริการหลังการขายอื่นๆ

ในปัจจุบัน โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง มีเรือยอช์ต กว่า 200 ลำ ที่ลูกค้าใช้งานอยู่ทั่วภูมิภาค และมีศูนย์ซ่อมและบำรุงรักษาเรือยอช์ตของเราเอง บนเนื้อที่ 80 ไร่ ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีด้านการซ่อมบำรุงที่ทันสมัย มีทีมวิศวกรเฉพาะทางชาวต่างชาติ และทีมบริการมากประสบการณ์กว่า 80 คน โดยบริษัท โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง มีสาขา 9 แห่งครอบคลุม 5 ประเทศ คือสาขาปีนัง ประเทศมาเลเซีย สาขาจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย สาขาสิงคโปร์ สาขามัลดีฟส์ และ 5 สาขาในประเทศไทย คือ กรุงเทพฯ พัทยา สมุย กระบี่ และภูเก็ต

ด้าน นาย ฌอง-มาร์ค พูเลท์ ประธานประจำภาคพื้นเอเชีย และหุ้นส่วนอาวุโสของ Burgess (เบอร์เจส) กล่าวว่า การได้เป็นพันธมิตรกับโบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง ที่มีความโดดเด่นในด้านการให้คำแนะนำ การบริการลูกค้าที่ดีเยี่ยม มีการลงทุนด้านสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงมีศักยภาพทางการเงิน สอดคล้องกับปรัชญาการให้บริการ และกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ต้องการเป็นการผสานความเป็นผู้ชำนาญในระดับสากล ควบคู่ไปกับการบริการที่เข้าถึงลูกค้าในท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ

โดย เบอร์เจส เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากสหราชอาณาจักรที่มีประสบการณ์ในตลาดซูเปอร์ยอช์ต และเมกะยอช์ต มายาวนานถึง 40 ปี โดยให้บริการ 4 ด้านประกอบด้วย บริการซื้อขายเรือซูเปอร์ยอช์ต บริการให้เช่าซูเปอร์ยอช์ต บริการรับต่อเรือใหม่ และบริการด้านการบริหารจัดการเรือซูเปอร์ยอช์ต ขณะที่กลยุทธ์ของ โบ๊ทลากูนยอช์ตติ้ง คือการขยายจุดแข็งไปสู่กลุ่มลูกค้าระดับบนสุดของยอดปิรามิด ที่ปัจจุบันมีความต้องการเรือซูเปอร์ยอช์ต และเมกะยอช์ตมากขึ้น เพื่อให้ได้รับบริการที่ดีที่สุดระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายเรือซูเปอร์ยอช์ตที่มีระดับราคาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้นการได้ทีมที่ปรึกษาเบอร์เจส ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนตั้งแต่เริ่มต้นจนส่งมอบ การหาผู้ผลิตเรือที่ถูกต้อง การคัดสรรวัสดุอุปกรณ์ การตกแต่งภายใน งานระบบ และงานบริการทุกอย่างตามที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงการบริหารจัดการทางการเงินด้วย จึงน่าจะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกจากบริการด้วยทีมงานมืออาชีพระดับโลก

ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เรือซูเปอร์ยอช์ตเริ่มบูมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาจาก 3 ปัจจัยหลักคือ 1. ผู้ประกอบการมีการพัฒนามารีน่าให้มีความทันสมัยเทียบเท่าระดับนานาชาติ และสามารถรองรับซูเปอร์ตยอช์ตได้มากขึ้น 2. ระบบเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และ 3.วิสัยทัศน์ของหน่วยงานภาครัฐที่มองเห็นศักยภาพของนักท่องเที่ยวกลุ่มท็อป เอ็นด์ ทั้งนี้จากข้อมูลของ The Superyacht Migration Report ระบุว่า ซูเปอร์ยอช์ตที่เดินทางมาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะนิยมมาเที่ยวประเทศไทยและสิงคโปร์มากที่สุด และในระหว่างปี 2558-2561 มีซูเปอร์ยอช์ตเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้นกว่า 50%(จาก 27 ลำในปี 2558 เป็น 41 ลำในปี 2561)