นาย อลัน จอยส์ ประธานกรรมการบริหาร แควนตัส กรุ๊ป กล่าวถึง ผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2562 แควนตัสกรุ๊ป ว่า มีกำไรก่อนภาษี 1,300 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (27,111 ล้านบาท) และกำไรตามกฏหมายก่อนหักภาษี 1,270 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (26,472 ล้านบาท) น้อยกว่าผลการดำเนินงานปีงบประมาณ 2561ประมาณ 17% ซึ่งมีสาเหตุจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 614 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ( 12,798 ล้านบาท) และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศในส่วนที่ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมัน 154 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (3,210 ล้านบาท) นอกจากนั้นยังได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นรวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง 92 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (1,919 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามในส่วนของผลประกอบการโดยรวมแควนตัสกรุ๊ปยังคงดำเดินงานมีผลกำไร มีเงินสดหมุนเวียนเพื่อใช้ในการลงทุนต่างๆ รวมถึงการที่มีผู้ถือหุ้นกลับมา

อย่างไรก็ตามผลประกอบการที่ได้รับแสดงถึงความแข็งแกร่งของแต่ละหน่วยธุรกิจ เนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่างประเทศ แต่แควนตัสกรุ๊ปยังคงความเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจการบินที่มีผลประกอบการดีที่สุดในโลก โดยดำเนินงานเส้นทางภายในประเทศออสเตรเลียด้วยกลยุทธ์การดำเนินงานแบบสองแบรนด์ทั้งสายการบินแควนตัสและสายการบินเจ๊ทสตาร์ ได้ช่วยให้ยังคงเป็นผู้นำในตลาดคอร์เปอเรท (ตลาดองค์กร) ตลาดท่องเที่ยวแบบพรีเมียม และการเดินทางแบบประหยัด สำหรับตลาดเส้นทางบินต่างประเทศผลการดำเนินงานดีขึ้นจากจุดเด่นด้านฝูงบิน เน็ทเวิร์คการบิน และความร่วมมือกับคู่ค้า รวมถึงการให้บริการเที่ยวบินเพิร์ธ-ลอนดอน และความร่วมมือกับพันธมิตรอื่นๆ อีกมากมาย ในส่วนการดำเนินงานแควนตัสรอยัลตี้ มีอัตราการเติบโตอย่างดียิ่งในช่วงครึ่งปีหลังโดยเฉพาะรายได้ใหม่จากธุรกิจประกันและการเงิน รวมทั้งโปรแกรมสะสมระยะทางฟรีเคว่นฟลายเออร์ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ นาย อลัน กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของแควนตัสกรุ๊ปที่ได้รับมาจากการลงทุนและสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และยังคงให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น อีกทั้งยังมีการมอบโบนัสท่องเที่ยวให้พนักงาน 25,000 คนๆ ละ 1,250 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (26,100 บาท) ในการพาสมาชิกในครอบครัวได้ 4 คน เดินทางจากซิดนีย์ไปโฮโนลูลูโดยสายการบินเจ๊ทสตาร์ ซึ่งตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา แควนตัสกรุ๊ปได้จัดสรรงบประมาณเงินสดไว้กว่า 340 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (7,082 ล้านบาท) และโบนัสท่องเที่ยวให้บุคลากรที่ไม่ใช่ฝ่ายบริหาร

โดยตลาดโดยรวมยังคงผันผวน ขณะที่ตลาดภายในประเทศออสเตรเลียยังอ่อนตัวในเรื่องราคาที่มีการแข่งขันกันสูง ตลาดท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังไปได้ดี ส่วนดีมานด์ลูกค้าคอร์ปเปอเรทยังทรงตัว ขณะที่กลุ่มธุรกิจสำหรับผู้ที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมยังไปได้ดี จึงเป็นการช่วยชดเชยดีมานด์ที่ลดลงในอุตสาหกรรมอื่น เช่น ธุรกิจการเงิน และโทรคมนาคม และถ้าหากมองในแง่ของการแข่งขันแล้ว แควนตัสกรุ๊ปยังมีความแข็งแกร่งด้วยส่วนแบ่งการตลาดคอร์แปอเรท และเอสเอ็มอีที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่อง ทางด้านภาพรวมเส้นทางบินต่างประเทศยังเป็นไปในทิศทางบวกสำหรับดีมานด์ท่องเที่ยวต่างประเทศระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตามตลาดภายในประเทศในช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณสะท้อนความผันผวนของตลาดที่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
Qantas cabin crew with Economy Class kid passenger

ซึ่งผลการดำเนินงานแควนตัสกรุ๊ปเส้นทางบินต่างประเทศ ลดลงราว 7% คิดเป็น 1,030 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (21,435 ล้านบาท) สำหรับรายได้การดำเนินงานของสายการบินแควนตัสและสายการบินเจ๊ทสตาร์เติบโตรวมกัน 4% เนื่องจากตั๋วโดยสารราคาสูงขึ้นจากอัตราราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทั้งนี้สายการบินแควนตัสเส้นทางบินภายในประเทศมีกำไรก่อนภาษีเพิ่มขึ้น 5% และที่นั่งบรรทุกผู้โดยสารคงที่ 78% สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดของตลาดคอร์เปอเรท (ตลาดองค์กร) และตลาดขนาดเล็กยังคงมีอัตราการเติบโต ช่วยชดเชยดีมานด์การท่องเที่ยวที่อ่อนตัวลง

ทางด้านตลาดบุคลากรที่ทำงานในในรัฐออสเตรเลียตะวันตกและควีนสแลนด์อุตสาหกรรมยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องคิดเป็นสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 47 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (980 ล้านบาท) ขณะที่สายการบินเจ๊ทสตาร์มีรายได้เพิ่มขึ้น 3% และมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 12% ช่วยให้สมาชิกคลับเจ๊สตาร์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 340,000 คน นอกจากนั้นสายการบินเจ๊ทสตาร์ได้อัพเกรดเครื่องบินแอร์บัส A320 แล้วเสร็จ สามารถรองรับผู้โดยสารต่อลำเพิ่มขึ้น 3% และในฐานะผู้นำตลาดธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ 2 ใน 3 ของตั๋วโดยสารที่เจ๊ทสตาร์กรุ๊ปจำหน่ายมีราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (2,085 บาท)

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานแควนตัสกรุ๊ปเส้นทางบินต่างประเทศ มีรายได้ก่อนดอกเบี้ยและภาษี 285 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (5,941 ล้านบาท) ลดลง 28% เนื่องจากการแข่งขันในตลาดและราคาตั๋วโดยสารที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้มีรายได้เมื่อเปรียบเทียบกับปีงบประมาณ 2561 เพิ่มขึ้น 6% และจำนวนที่นั่งเพิ่มขึ้น .2% หรือเท่ากับ 86%
ซึ่ง นายอลัน ยังกล่าวต่อว่า ทางแควนตัสรอยัลตี้ มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี 374 ล้านออสเตรเลีย (7,794 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 8% จากโปรแกรมสะสมคะแนนการเดินทาง และจากผลิตภัณฑ์ประกันและการเงินใหม่ๆ โดยมีอัตราการแลกคะแนนเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับสมาชิกที่เพิ่มขึ้น 5% และคาดว่าจะดีมากขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการแลกคะแนนที่จะมีผลตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 นี้ และตั้งแต่มีการประกาศให้แลกคะแนนเป็นตั๋วโดยสารในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาปรากฏว่ามีการแลกคะแนนเพิ่มขึ้น 24% สำหรับโปรแกรมการให้รางวัลบิสสิเนทรีวอร์ดส์ได้ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งตลาดธุรกิจการบินในตลาดเอสเอ็มอีและรายได้จากคู่ค้ารอยัลตี้ให้สามารถเข้าถึงสมาชิกได้ถึง 250,000 ราย การสะสมคะแนนแควนตัสพ้อยท์สจากการใช้บัตรเครดิตยังคงมีความสดใส รวมถึงบัตรเครดิตของแควนตัสเอง และในส่วนของลูกค้าประกันสุขภาพของแควนตัสเพิ่มขึ้น 46%

Qantas A380

ด้านการเงินทางแควนตัสกรุ๊ปมีเงินสดหมุนเวียนในการดำเนินงาน 2,810 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (58,556 ล้านบาท) โดยยังคงดำเนินงานตามโครงการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานที่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในงบประมาณครึ่งปีแรกได้ 4,738 ล้านบาท (206 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย) มีหนี้สุทธิต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 4,700 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (97,927 ล้านบาท) ค่าใช้จ่ายสุทธิด้านทุนหลังจากการปรับเงินสดที่รับจากการขายธุรกิจโภชนาการ (แควนตัส แคเทอริ่ง) และปล่อยเช่าอาคารผู้โดยสารภายในประเทศที่สนามบินเมลเบิร์น 1,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (33,329 ล้านบาท) ช่วยให้มีเงินสดใช้ได้อย่างอิสระ 1,240 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (25,831 ล้านบาท) และในส่วนของการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ 452 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (9,416 ล้านบาท)

เพราะฉะนั้นในปีงบประมาณการดำเนินงาน 2562 ทางแควนตัสกรุ๊ป จึงมีค่าใช้จ่ายน้ำมัน 3,850 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (80,142 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 614 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (12,796 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีงบประมาณดำเนินงานก่อนหน้า โดยแควนตัสกรุ๊ปยังคงปรับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ปรับเปลี่ยนฝูงบินให้มีความทันสมัย และนำระบบวางแผนการบินใหม่ๆ มาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำมันได้ 2.2% และในปีงบประมาณนี้แควนตัสกรุ๊ปมีภาษีรายได้ที่ต้องชำระ 374 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (7,798 ล้านบาท)

สำหรับการให้รางวัลผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริหารแควนตัสกรุ๊ปมีมติจ่ายเงินปันผล 204 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (4,254 ล้านบาท) หรือ 13 เซนต์ (2.71 บาท) ต่อหุ้น โดยมีกำหนดจ่าย 23 กันยายน 2562 และบันทึก ณ 3 กันยายน 2562 รวมทั้งซื้อหุ้นคืนกลับคืน 79.7 ล้านหุ้น คิดเป็น 400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (8,338 ล้านบาท) ณ เวลาขายเมื่อ 21 สิงหาคม 2562 และหากการซื้อสำเร็จลงจะช่วยให้การออกหุ้นตั้งแต่ปี 2558 ลดลงเกือบ 1 ใน 3 ถือว่ามากที่สุดสำหรับบริษัทใดๆ ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ออสเตรเลียตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้การลงทุนในอนาคต แควนตัสกรุ๊ปยังคงลงทุนต่อไปโดยประกาศงานวิจัย 3 เที่ยวบินสำหรับโครงการซันไร้ซ์ (Project Sunrise) ก่อนสิ้นปฏิทินปี 2562 ซึ่งให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์จากนิวยอร์กและลอนดอนไปซิดนีย์ โดยระหว่างเที่ยวบินมีการบรรทุกผู้โดยสาร รวมทั้งมีการทดสอบพนักงานต้อนรับผู้โดยสารบนเที่ยวบินและผู้โดยสารเกี่ยวกับความสบายและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ระหว่างเที่ยวบิน รวมถึงการลดการปล่อยของเสียต่างๆ ทั้งนี้กรณีศึกษาคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนการตัดสินครั้งสำคัญในเดือนธันวาคม 2562

รวมทั้งปรับปรุงเครื่องบินแอร์บัส A380 จำนวน 12 ลำแล้วเสร็จ อัพเกรดห้องโดยสารแต่ละชั้นโดยสาร ห้องพักรับรองผู้โดยสารภายในเครื่องบินใหม่ และการเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับที่นั่งพรีเมียมอีก 27% โดยคาดว่าเครื่องบินลำแรกจะพร้อมให้บริการกันยายนนี้ ส่งมอบเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลนเนอร์ 6 ลำ สำหรับสายการบินแควนตัสเส้นทางบินต่างประเทศในเดือนตุลาคม 2562 จะทำให้มีเครื่องบินประจำการทั้งหมด 14 ลำ เพิ่มที่นั่งห้องพักรับรองผู้โดยสารสายการบินแควนตัสที่สิงคโปร์ขึ้น 60% รวมทั้งขยายห้องพักรับรองผู้โดยสารชั้นธุรกิจ และเปิดให้บริการห้องพักรับรองผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาส

พร้อมทั้งปรับปรุงโปรแกรมสะสมคะแนนการเดินทางฟรีเคว่นฟลายเออร์มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (421 ล้านบาท) รวมถึงการให้รางวัลเป็นที่นั่งเดินทางเพิ่ม 1 ล้านที่นั่งต่อปี ลดค่าบริการบางอย่างของสายการบินสำหรับการใช้แต้มคะแนนสะสมจองตั๋วโดยสารลงมากถึง 50% และลดแต้มคะแนนแลกที่นั่งในเส้นทางบินต่างประเทศสายการบินแควนตัสลง 10% เดินหน้าลดการใช้พลาสติกครั้งเดียวให้ได้ 100 ล้านชิ้นภายในปี 2563 และกำจัดของเสียขยะฝังกลบลง 75% ภายในสิ้นปี 2564 เตรียมแนะนำเครื่องบินแอร์บัส A321 จำนวน 18 ลำ สำหรับสายการบินเจ๊ทสตาร์ที่จะเริ่มส่งมอบตั้งแต่กลางปี 2563

ซึ่งภาพรวม แควนตัสกรุ๊ป ยังคงเดินหน้าให้ความสำคัญเรื่องดีมานด์ เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการให้บริการ รวมถึงสร้างอัตราการเติบโตด้านรายได้ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน สำหรับการดำเนินงานของกรุ๊ปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีงบประมาณดำเนินงาน 2563 ได้แก่ ค่าใช้จ่ายน้ำมันที่น่าจะเพิ่มขึ้นราว 3,950 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (82,226 ล้านบาท) หรือเพิ่มราว 100 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (2,083 ล้านบาท) ครึ่งปีแรกปีงบประมาณ 2563 แควนตัสกรุ๊ปน่าจะมีอัตราบรรทุกเพิ่มขึ้น 1% ส่วนตลาดแควนตัสกรุ๊ปภายในประเทศออสเตรเลียคาดว่าจะอยู่ในระดับทรงตัวไปจนถึงลดลง ขณะที่เส้นทางบินต่างประเทศของแควนตัสกรุ๊ปน่าจะดีขึ้นราว 1.5% และความสามารถของคู่แข่งในปีครึ่งปีแรกปีงบประมาณ 2563 จะลดลงราว 1% โดยผลกระทบจากค่าใช้จ่ายของแควนตัสกรุ๊ป (รวมการเติบโตในส่วนของค่าจ้าง) คาดว่าจะอยู่ที่ราว 250 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (5,208 ล้านบาท) ทำให้มีประโยชน์จากการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานต่างๆ คาดว่าจะเป็นเงิน 400 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (8,331 ล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณ 2563 น่าจะมีค่าใช้จ่ายทุนรวม 2,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (41,659 ล้านบาท) และการอ่อนค่า การผ่อนชำระหนี้ในปีงบประมาณ 2563 น่าจะอยู่ที่ 130 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (2,708 ล้านบาท)