สาวพนักงานโรงแรมดัง หันหลังทิ้งเงินเดือน ผันตัวมาเป็นเจ้าของธุรกิจแฟรนด์ไชส์ “ร้านตำแรดแซ่บนัว” ติดกับฝายที่บ้านผลตอบรับดี นักท่องเที่ยวแห่เข้าร้านเพียบ ทำยอดขายดีต่อวันได้ถึง 200 ครกเลยทีเดียว

น.ส.สุปราณี สุขเกษม อายุ 38 ปี เจ้าของร้านร้านริมเขื่อนตำแรดแซ่บนัว ตั้งอยู่เลขที่ 137 บ้านลำภูรา ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานเป็นพนักงานบัญชีที่โรงแรม ตอนแรกก็คิดว่าแค่อยากกลับมาอยู่กับครอบครัว ยามว่างก็คิดว่าจะหาอาชีพอะไรทำเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว จากนั้นจึงเข้าไปดูในเฟซ ก็ไปเห็นไลด์สดของเจ้ต๊อกแต๊ก เขาก็บอกมีขายแฟรนไชส์ตำแรดแซ่บนัว ด้วย และที่จังหวัดตรังก็ยังไม่มี ก็ลองทักเข้าไป และตกลงซื้อแฟรนไชส์ พอโอนเงินเสร็จก็เดินเข้าไปลาออกจากพนักงานโรงแรมที่เกาะพีพีเลย นั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

น.ส.สุปราณี เปิดเผยต่อไปว่า สำหรับบรรยากาศร้านส้มตำเป็นร้านที่นั่งสบายๆ มีซุ้มไม้ไผ่ ลานโต๊ะเก้าอี้นั่งติดกับริมฝายกั้นน้ำ ที่มีน้ำใสสะอาดมองเห็นตัวปลา พร้อมกับมีต้นไม้ให้ร่มเงา บรรยากาศดีเหมาะแก่นักท่องเที่ยวหลากหลายประเภท ที่จะมาเป็นคู่ ครอบครัว ผองเพื่อน ชวนกันมานั่งทานของแซ่บรสเด็ดอร่อย แม้ร้านของตนจะอยู่ห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 20 กิโลเมตร ทางเข้าอาจจะดูเป็นธรรมชาติมีบ้านชาวบ้านบ้างระหว่างทาง แต่กลับพบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดแห่กันมานั่งทานเพราะติดใจความเป็นธรรมชาติของร้านความอร่อยของอาหารและยังมีจุดให้กระโดดเล่นน้ำในฝายกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย

“ตอนนี้เปิดร้านมาได้ 6-7 เดือนแล้ว ผลตอบรับดีมาก ก็ไม่คิดว่าชาวตรังและจังหวัดใกล้เคียงจะให้การตอบรับมากขนาดนี้ เยอะมาก ส่วนเมนูที่ขึ้นชื่อเลยก็เป็น เกาเหลาไม่ใส่เส้นส้มตำ จะเป็นปลาร้าที่รสชาตินัวก็คือ น้ำปลาร้าซื้อมาจากแบรนด์แม่โดยตรง ลูกค้าก็ติดใจตรงนี้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไป ปูปลาร้า ตำไทยธรรมดา จนถึงราคา 300 บาท เป็นเกาเหลารวมทะเลไม่ใส่เส้นเลย ในเรื่องของรสชาติ จะมีให้เลือกมีนิยามให้ตั้งแต่ ติดครก แรดอนุบาล ใส่พริก 2 เม็ด คิดจะแรด พริก 3 เม็ด แรดเงียบ พริก 5 เม็ด แรดประถม พริก 7 เม็ด แรด ม.ต้น พริก 10 เม็ด แรดม.ปลาย พริก15 เม็ด แรด ป.ตรี พริก 20 เม็ดขึ้นไป” น.ส.สุปราณี กล่าว

น.ส.สุปราณี กล่าวต่อไปว่า สำหรับชื่อร้านริมเขื่อนตำแรดแซ่บนัวนั้น ด้วยความที่ว่าเราซื้อแบรนด์มาจาก ตำแรดแซ่บนัว และพื้นที่ตรงนี้จริงแล้ว ไม่ใช่เขื่อน แต่เป็นเพียงฝายน้ำล้น ซึ่งพ่อของสามีได้บริจาคให้กับทางกรมชลประทาน เพื่อทำฝายน้ำล้น เมื่อเรามาเล่นน้ำกัน คนแถวบ้านก็จะพูดกันติดปากว่าไปเล่นน้ำกันที่เขื่อน ชาวบ้านจะเรียกเขื่อนตลอด ทั้งที่มันไม่ใช่เขื่อน เป็นเพียงฝายน้ำล้น จึงใช้สิ่งที่คิดว่าเป็นที่จำได้ติดปากชาวบ้านด้วย ริมเขื่อน ก็เป็นชื่อร้าน ริมเขื่อนตำแรดแซ่บนัว ในบรรยากาศรับประทานส้มตำท่ามกลางธรรมชาติ อยากจะเล่นน้ำ ก็ได้เล่น เล่นน้ำเสร็จก็ขึ้นมาทานส้มตำก็ได้ บางครั้งหากรอนาน จะนอนก็ได้ลูกค้านอนก็ได้ให้นอน

น.ส.สุปราณี กล่าวต่อไปว่า ที่สำคัญทุกซุ้มจะมีที่ชาร์ทแบต ตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ต้องกลัวว่าแบตจะหมดสามารถชาร์ทแบตได้เลยมีทุกซุ้ม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและข้าราชการ และมาจากต่างจังหวัดเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ทางร้านจะไม่เปิดให้จองโต๊ะเลย ให้มาจองกันหน้าร้านเลย เพื่อป้องกันปัญหาว่าทำไมคนนั้นมาทีหลังได้ทานแล้ว ก็เลยตัดปัญหาตรงนั้นไป ส่วนยอดขายเฉลี่ยแต่ละวันตกเกือบ 200 ครก ต่อวัน

“ส่วนเส้นทางมาที่ร้าน หากลูกค้ามาจากตัวเมืองตรัง สามารถเปิด Google Maps ได้เลย จะขึ้น ชื่อร้าน ริมเขื่อนตำแรดแซ่บนัว พิกัดที่เด่นชัด คือ ทางเข้าอยู่ตรงข้ามค่ายทหารลำภูรา จะมีป้ายอยู่ฝั่งตรงข้าม เลี้ยวเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเจอทางแยกและมีป้าย ให้เลี้ยวขวาเข้ามาอีก 200 เมตร ก็จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือทันที ร้านจะเปิดตั้งแต่ 10.00 น. -20.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ รสชาติอาหารที่ร้านต้องแซ่บ ต้องนัว ลูกค้ามาทานแล้วรับรองติดใจทุกราย” น.ส.สุปราณี กล่าว

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน