แสนสิริ ประกาศเดินหน้าแผนครึ่งปีหลัง ลุยเปิด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 24,000 ล้านบาท เน้นแนวราบ เจาะเรียลดีมานด์ รับปรับเป้ายอดขายลงเหลือ 30,000 ล้านบาท-ลดเปิดคอนโดฯ หลังไม่มั่นใจสถานการณ์โดยรวม

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บมจ. แสนสิริ หรือ SIRI เปิดเผยว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2562 บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 24,000 ล้านบาท โดยเน้นโครงการแนวราบเป็นหลัก ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ เปิดทั้งหมด 10 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 13,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการ ไทเกอร์ เลน (Tiger Lane) มูลค่าโครงการ 500 ล้านบาท, 2.โครงการ คณาสิริ ราชพฤกษ์ 346 มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท, 3.โครงการ สราญสิริ ศรีวารี มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท

4.โครงการ อณาสิริ บางใหญ่ มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท, 5.โครงการ เศรษฐสิริ จรัญฯ ปิ่นเกล้า 2 มูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาท, 6.โครงการ บุราสิริ พระราม 2 มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการทาวน์เฮาส์แบรนด์ สิริเพลส 4 โครงการใน 4 ทำเลใหม่ มูลค่าโครงการรวมประมาณ 3,500 ล้านบาท ได้แก่ในทำเล 7.เพชรเกษม, 8.ราชพฤกษ์ตัดใหม่ และในทำเลบางใหญ่อีก 2 โครงการ

พร้อมทั้งยังได้จัดทัพทีมผู้บริหารกลุ่มโครงการแนวราบเพื่อขับเคลื่อนแสนสิริสู่เป้าหมายในการเป็นผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบของไทยได้ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ในอันดับ 2 ของตลาด อีกทั้งยังมีกลยุทธ์ Sansiri Service ที่จะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าเรียลดีมานด์ในด้านบริการและความปลอดภัย เพื่อมอบประสบการณ์ด้านบริการทั้งก่อนและหลังการอยู่อาศัย ในทุกด้านให้กับลูกบ้าน พร้อมตั้งเป้าหมายเป็น Top of Mind ด้านความปลอดภัยในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย

สำหรับเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการในปีนี้ยังคงเป้าไว้ที่ 32,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วยยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการคอนโดมิเนียม 49% หรือจำนวน 15,500 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียมร่วมทุน 30% และเป็นคอนโดมิเนียมที่บริษัทพัฒนาเอง 70% ขณะที่สัดส่วยยอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการแนวราบอยู่ที่ 51% หรือจำนวน 16,500 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกมียอดโอนกรรมสิทธิ์แนวราบแล้ว 6,100 ล้านบาท และมียอดโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการคอนโดมิเนียมแล้ว 12,900 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามณ วันที่ 11 สิงหาคม 2562 บริษัทมีสินค้ารอโอน (Backlog) รวม 55,210 ล้านบาท แบ่งเป็น ยอด Backlog จากโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง จำนวน 32,737 ล้านบาท และเป็นยอด Backlog จากโครงการรวมทุน จำนวน 22,473 ล้านบาท ซึ่ง Backlog ทั้งหมดจะทยอยรับรู้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ จำนวน 17,173 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการร่วมทุน จำนวน 8,920 ล้านบาท และเป็นโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง จำนวน 8,253 ล้านบาท ส่วน Backlog ที่เหลือจะทยอยรับรู้ถึงปี 2565 นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทยังมีสินค้าพร้อมขายในมือมูลค่ารวมประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท

ด้านเป้ายอดขายปีนี้บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้ลงเหลือที่ 30,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ที่ 36,000 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ปรับลดการเปิดโครงการคอนโดใหม่ลงเหลือ 8 โครงการ จากแผนเดิมที่จะเปิดจำนวน 12 โครงการ เนื่องจากบริษัทยังไม่มีความพร้อม และยังไม่มั่นใจกับภาวะตลาดในปัจจุบัน แต่ทั้งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายรวมแล้วที่กว่า 12,000 ล้านบาท

“ปีนี้สัดส่วนยอดขายในปี 2562 จะมาจากโครงการแนวราบ จำนวน 15,000 ล้านบาท ซึ่งครึ่งปีแรกมียอดขายจากโครงการแนวราบแล้ว 6,800 ล้านบาท ส่วนสัดส่วนยอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียม 15,000 ล้านบาท ลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 24,000 ล้านบาท ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายจากโครงการคอนโดมิเนียมแล้ว 5,500 ล้านบาท”นายอุทัย กล่าว