วันนี้(16​ ส.ค.62)​นายอุตตม​ สาวนายน รมว.คลังได้โพสต์เฟสต์บุ๊คช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า​ กระทรวงการคลัง ได้เตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบ เพื่อเตรียมรับมือความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย คลังจึงเสนอมาตรการเร่งด่วน โดยมุ่งกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และต้องเพิ่มรอบการหมุนของเม็ดเงิน กระจายไปยังกลุ่มต่างๆในวงกว้างที่สุด

สำหรับมาตรการที่จะนำมากระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน มี 3 ด้านหลัก ได้แก่

1.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เช่น การช่วยเหลือเกษตรกรผ่อนคลายหนี้สินสนับสนุนพิเศษด้านดอกเบี้ย ทั้งสนับสนุนสินเชื่อใหม่และต้นทุนการเพาะปลูก ด้วยการชดเชยการปลูกข้าว 4 ล้านครัวเรือน 500-800 บาทต่อไร่ จำนวนไม่เกิน 15 ไร่ วงเงินช่วยเหลือ 57,000 ล้านบาท ส่วนเงินกู้ฉุกเฉินรองรับภัยแล้ง ปล่อยกู้ 5 แสนบาท/ราย ยกเว้นดอกเบี้ยปีแรก รวมวงเงิน 55,000 ล้านบาท
ด้านประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ในพืชเศรษฐกิจหลักทั้งข้าวเปลือกเจ้า ประกัน 1 หมื่นบาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอมมะลิ 105 1.5 หมื่นบาทต่อตัน วงเงิน 53,000 ล้านบาท มันสำปะหลัง ยางพารา 60 บาท/กิโลกรัม วงเงิน 35,743 ล้านบาท ปาล์มน้ำมัน ราคา 4บาท/กิโลกรัม วงเงิน 10,000 ล้านบาท รวมช่วยเหลือ จำนวน 6.23 ล้านครัวเรือน

2.มาตรการดูแลปรับเพิ่มสวัสดิการสำหรับผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ กลุ่มรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาท รับค่าครองชีพ 200 บาท/คน ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง 1,500 บาท/คน ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45บาท/คน/3 เดือน ฝึกอาชีพ 100 บาท/คน สำหรับกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี รับค่าครองชีพ 300 บาท/คน ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง 1,500 บาท/คน ส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 45บาท/คน/3 เดือน ฝึกอาชีพ 100 บาท/คน

3.มาตรการกระตุ้นการอุปโภคบริโภคและการลงทุนในประเทศ เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ให้กระจายสู่ในท้องถิ่นทุกพื้นที่ จากการใช้จ่ายอุปโภคบริโภค ที่พัก และการช้อปสินค้าชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เตรียมมอบเงินให้ 1,500 บาทสำหรับท่องเที่ยวทั่วประเทศ เป้าหมาย 10 ล้านคน

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายเล็กทั่วประเทศ รัฐบาลก็ได้เตรียมมาตรการพิเศษ เพื่อช่วยเหลือให้สามารถเข้าถึงเงินทุน เพื่อรักษาสภาพคล่อง รวมถึงสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรด้วย

รัฐบาลมั่นใจว่า มาตรการชุดนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ตามเป้าหมาย และเชื่อว่าจะสามารถรับมือผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลกได้ โดยประเมินว่าชุดมาตรการนี้ จะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจรวมเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาทในครึ่งหลังของปีนี้