ชาวขอนแก่นนับพันเดือดร้อนหนักน้ำประปาเน่านานนับเดือน แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องเงียบ ทั้งยังถูกต่อว่าผ่านหอกระจายข่าวทุกวัน วอนผู้ว่าฯแก้ไขด่วน เพราะต้องซื้อน้ำกินน้ำใช้ทุกวัน บางคนทนไม่ไหวต้องไปอาบน้ำที่ต่างอำเภอ

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 14 ส.ค.2562 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน จาก 3 หมู่บ้านในเขต อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ว่าระบบประปาหมู่บ้านในพื้นที่นั้นมีกลิ่นเหม็น ขุ่น เป็นตะกอน ในลักษณะเหมือนน้ำประปาเน่านานกว่า 1 เดือน โดยที่คนในชุมชนได้มีการแจ้งถึงปัญหาดังกล่าวให้กับผู้นำชุมชนได้รับทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแต่กลับถูกเพิกเฉยและถูกต่อว่าผ่านหอกระจายข่าวในหมู่บ้านด้วย จึงขอให้สื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจนนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด หลังรับแจ้งจึงลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยพบกับชาวบ้านกว่า 30 คน พร้อมทั้งพาดูสภาพของน้ำประปาที่ชาวบ้านกว่า 400 หลังคาเรือนจาก 3 หมู่บ้านที่ต้องใช้น้ำในสภาพที่เน่าเหม็น

ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยทำการเทน้ำประปาจากก๊อกน้ำที่ติดตั้งอยู่ในแต่ละหลังคาเรือนพบว่าน้ำประปาที่ปล่อยออกมานั้นมีกลิ่นเหม็นเน่า เป็นตะกอน ขุ่น ไม่สามารถที่จะช้งานได้ ซึ่งบ้านบางหลังคาเรือนได้ทำการรองน้ำไว้ในกะละมังหรือในโอ่งน้ำเพื่อหวังที่จะใช้งานได้หลังจากที่น้ำตกตะกอน แต่จากการตรวจสอบพบว่าน้ำที่ประปาที่นำมาพักไว้นั้นไม่สามารถใช้งานได้เลย เพาะไม่ตกตะกอนและยังคงมีสภาพขุ่นและมีกลิ่นเหม็น ทำให้ชาวบ้านต้องใช้น้ำฝนและซื้อน้ำมาใช้ในการอุปโคและบริโภค ขณะที่บางครอบครัวต้องไปอาบน้ำและซักผ้าที่อำเภอข้างเคียง และบางคนไม่ได้อาบน้ำนานหลายวัน

นางนวลจันทร์ วิชัยเนาว์ อายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 309 ม.9 ต.โพธิ์ไชย อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ปัญหาน้ำประปาเน่าเหม็นไม่สามารถที่จะใช้งานได้นั้นเกิดขึ้นนานกว่า 1 เดือนแล้ว ชาวบ้านได้แจ้งเรื่องไปยังกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ก็ยังคงไม่สามารถที่จะทำการแก้ไขได้ ทำให้ทุกวันนี้ชาวบ้านต้อทนกับการใช้น้ำที่มีกลิ่นเหม็นเน่า มีขุ่นตะกอน ทุกวัน หลายครอบครัวต้องซื้อน้ำดื่ม และน้ำประปาจากรถขายน้ำและน้ำจากพื้นที่อำเภอช้างเคียงมาใช้ในการอุปโภคและบริโภค รวมไปถึงการใช้น้ำฝนที่รองไว้ในโอ่งของแต่ละบ้าน ซึ่งน้ำก็ใกล้ที่จะหมดแล้ว

“ ระบบประปาหมู่บ้านดังกล่าวนี้นั้น ต้องบริหารจัดการน้ำด้วยแจกจ่ายให้กับประชาชน ครอบคลุมพื้นที่ 3 หมู่บ้านประกอบด้วย บ.หนองใหญ่ ม.9,บ.มูลนาค ม.7 และ ม.10 โดยมีประชาชนต้องใช้น้ำจากระบบประปาดังกล่าวนี้รวมกว่า 400 หลังคาเรือน หรือกว่า 1,000 คน แต่วันนี้น้ำประปานั้นใช้งานไม่ได้ หลายคนต้องเดินทางไปอาบน้ำ เอาผ้าไปซักที่อำเภอข้างเคียง แจ้งผู้นำชุมชนก็ถูกต่อว่าผ่านหอกระจายข่าว และยังคงไม่ยอมแก้ไขปัญหาให้เสร็จสิ้น ชาวบ้านไม่รู้จะพึ่งใครจึงขอให้สื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบให้มาแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนด้วย เพราะระบบประปานี้นั้นสร้างมาตั้งแต่ปี 2525 การบำรุงรักษาก็ไม่ทราบว่าคณะกรรมการนั้นทำอย่างไรบ้าง การบริหารจัดการน้ำดิบที่เข้าสู่ระบบประปา หรือขั้นตอนของการทำประปา จนมาถึงการส่งน้ำนั้นมีการดำเนินงานที่ถูกวิธีหรือไม่ สารส้มที่ใช้นั้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ตอนนี้นานนับเดือนแล้วน้ำประปาใช้งานไม่ได้ ชาวบ้านต้องทนทุกข์มาโดยตลอด แต่ค่าน้ำประปาก็ต้องจ่ายเช่นเดิม รายจ่ายชาวบ้านก็มีเพิ่มขึ้นจากการที่ต้องซื้อน้ำมาดื่ม มาใช้ทุกวัน ขั้นต่ำวันละ 10 ถัง ถังละ 10 บาท และที่สำคัญ หมู่บ้านของเรานั้นอยู่ไกลจากเขตเมือง เป็นพื้นที่อำเภอสุดขอบของ จังหวัด จึงอยากให้ท่านผู้นำสูงสุดของจังหวัดคือท่าน ผวจ.ขอนแก่น และ ท่าน นายก อบจ.ขอนแก่น หรือแม้กระทั่ง ส.ส. หรือ สจ. ได้ลงพื้นที่หรือสั่งการให้หน่วยงายที่รับผิดชอบได้คลายความทุกข์ให้กับประชาชนด้วย”

ในเวลาต่อมา นายมีสวัสดิ์ ชมชัยภูมิ ส.อบจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นายชิษณุพงศ์ แสงภักดี กำนัน ต.โพธิ์ไชย และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ได้ลงพื้นที่มาทำความเข้าใจกับประชาชน รวมทั้งการพาลงพื้นที่ตรวจสอบดูระบบน้ำประปาของทั้ง 3 หมู่บ้าน โดยพบว่าบ่อพักน้ำดิบนั้นมีปริมาณน้ำเกือบเต็มบ่อ แต่เมื่อทำการสูบน้ำมาผ่านระบบประปาแล้วนั้นพบว่าน้ำยังคงมีตะกอน และขุ่น อยู่โดยตลอด

นายชิษณุพงศ์ แสงภักดี กล่าวว่า ระบบประปาดังกล่าวนี้นั้นสร้างมาตั้งแต่ปี 2525 ล่าสุดได้ทำการทำความสะอาดและเปลี่ยนระบบกรองดังกล่าวมาเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้นั้นผู้นำชุมชนได้รับทราบแล้วและกำลังหาทางแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังคงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ทั้งที่การดูดน้ำดิบผ่านระบบกรองน้ำและระบบทำน้ำประปาทุกอย่างก็เป็นไปตามขั้นตอน แต่เมื่อขึ้นมาดูบริเวณด้านบนของระบบประปาที่เป็นระบบการกรองน้ำตามหลักวิธีตะกอนน้ำก็ไม่ลดลง แม้จะเติมสารส้มหรือเติมคลอรีนตามวิธีการไปแล้วก็ตาม

“ อยากให้หน่วยงานที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะทางได้มาแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย ด้วยงบประมาณที่หมู่บ้านมีก็มีอย่างจำกัด ผู้นำชุมชน ทำทุกวิถีทางแล้ว แต่ก็ยังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้ ทั้งนี้จะเร่งประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาให้กับคนในชุมชน ตั้งแต่การดูระบบน้ำดิบในบ่อพัก จนถึงการดูดน้ำเข้าระบบทำประปาจนไปถึงการส่งจ่ายน้ำให้กับแต่ละหลังคาเรือน”