ปริมาณฝนที่ตกเพิ่มมากขึ้นในระยะนี้ ส่งผลให้บางพื้นที่เจอน้ำบ่าไหลหลาก ในขณะที่บางพื้นที่ยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ กรมชลประทาน เร่งให้การช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 13 ส.ค.62 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงหลังของฤดูฝนแล้ว คือช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ส่งผลให้บางพื้นที่ประสบปัญหาน้ำหลาก แต่ยังคงมีบางพื้นที่ที่ปริมาณฝนยังต่ำกว่าค่าปกติ กรมชลประทาน ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐ และส่วนท้องถิ่น ให้การช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยแล้งและอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในลำน้ำแม่กลาง เนื่องจากฝนตกหนักบนยอดดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง ส่งผลให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและไร่สวนของประชาชนบริเวณพื้นที่หมู่ 4 บ้านแม่กลางหลวง อ.จอมทอง โครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้เร่งระบายน้ำในลำน้ำ แม่กลางผ่านประตูระบายน้ำฝายวังหิน ต.สบเตี๊ยะ อ.จอมทอง เพื่อให้น้ำไหลลงสู่แม่น้ำปิง ลดผลกระทบจากน้ำหลาก โดยปริมาณน้ำที่ระบายลงสู่ลำน้ำปิงจะไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เป็นลำดับต่อไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำในเขื่อนภูมิพลได้อีกทางหนึ่งด้วย

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในคลองมะขาม-อู่ทอง หรือคลอง มอ. หลังจากที่ได้ระดมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักรต่างๆ เข้าไปช่วยสูบน้ำลงคลอง มอ. เพื่อให้น้ำไหลไปให้ถึงพื้นที่การเกษตรที่ขาดแคลนน้ำบริเวณปลายคลอง ในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ให้ได้เร็วที่สุดนั้น ปัจจุบันน้ำได้ไหลไปถึงบริเวณประมาณ กม.ที่ 65-70 แล้ว ในขณะที่พื้นที่ที่ต้องการใช้น้ำจากปากคลองอยู่ที่ประมาณ กม. ที่ 83 คาดว่าน้ำจะไหลไปถึงพื้นที่ปลายคลองภายในเร็ววันนี้ ขอให้เกษตรกรอดใจรอ เมื่อปริมาณน้ำไหลไปถึงจะได้ใช้น้ำอย่างพร้อมเพรียงและทั่วถึงกัน

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากและสถานการณ์ภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเตรียมพร้อมเครื่องมือ และเครื่องจักร ในการเข้าให้ความช่วยเหลือ ทั้งยังได้ตรวจสอบอาคารชลประทานต่างๆ ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ และได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ชลประทานติดตามเฝ้าระวังสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ในการให้ความช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบภัยต่างๆ ได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว จึงขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด ส่วนในพื้นที่ที่ยังคงประสบภัยแล้ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ใช้น้ำอย่างประหยัด และปฏิบัติตามข้อตกลงในการจัดรอบเวรส่งน้ำของตนเองอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างทั่วถึง