จากกรณีคนร้ายลอบวางระเบิดรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง จ.นนทบุรี และเกิดเหตุเพลิงไหม้อีก 7 จุด ในห้างขายเสื้อผ้า ย่านประตูน้ำ และศูนย์การค้าย่านสยามสแควร์ รวมระเบิดที่พบกว่า 17 ลูก ระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้หลายราย

ความเมื่อเวลา 17.40 น.วันที่ 13 ส.ค. ที่กองบินตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดอรินทราช กองบัญชาการตำรวจนครบาล ควบคุมตัวนายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ชาว จ.นราธิวาส 2 ผู้ต้องหาที่ลอบวางระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 สิงหาคม ที่ผ่านมา ได้นั่งเครื่องบินคาซ่าของกองบินตำรวจ จาก จ.นราธิวาส มาถึงยังกรุงเทพฯ ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาขึ้นรถออกจากสนามบิน เพื่อนำตัวไปยัง สน.ปทุมวัน หลังทั้งคู่ถูกจับกุมได้ที่ จ.ชุมพร แล้วนำไปสอบปากคำที่ศูนย์พิทักษ์สันติ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า(ศปก.ตร.สน.) จ.ยะลา เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 18.35 น.ของวันเดียวกัน ตำรวจชุดอรินทราชของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้นำตัวนายลูไอ แซแง อายุ 23 ปี และนายวิลดัน มาหะ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกองบินตำรวจมาที่ สน.ปทุมวัน ทันทีที่เดินทางมาถึงทางเจ้าหน้าที่ได้พาผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เดินขึ้นไปยังห้องประชุม ศปก.สน.ปทุมวัน จากนั้นทีมแพทย์จาก รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้ทำการตรวจร่างกาย เก็บลายนิ้วมือ และดีเอ็นเอของผู้ต้องหา โดยมี พล.ต.ต.พัฒนา เพศยนาวิน ผบก.น.6 และคณะทำงานสอบสวนมาร่วมสอบสวนด้วย

มีรายงานแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าทีตำรวจได้จัดเตรียมเสื่อไว้สำหรับให้ผู้ต้องหาประกอบพิธีละหมาดตามหลักศาสนาอิสลาม ส่วนขั้นตอนปฏิบัติหลังจากเจ้าหน้าที่ทำการตรวจร่างกาย เก็บลายนิ้วมือและดีเอ็นเอเรียบแล้ว ได้แยกกันคุมขัง โดยนำตัวนายลูไอ แซแง คุมขังไว้ที่ สน.ปทุมวัน ส่วนนายวิลดัน มาหะ ได้นำตัวไปคุมขังที่สน.บางรัก เมื่อครบกำหนดอำนาจควบคุมตัวภายใน 48 ชั่วโมง ทางคณะทำงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ส่งฝากขังต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยคาดว่าจะดำเนินการทำการส่งฝากขังในวันที่ 15 ส.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จำนวน 4 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร ,ร่วมกันทำใช้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้, พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,พกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่สีเหตุสมควร ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า แจ้งข้อหาร่วมกันก่อการร้ายนั้น ขณะนี้ทางผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังพิจารณาและอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ถ้าหากพบว่าเข้าข่ายก็จะแจ้งเพิ่มเติมภายหลัง