เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ส.ค.62 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พา นายหนุ่ย นามสมมุติ อายุ 43 ปี น.ส.ก๊อต นามสมมุติ อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา พร้อมด้วย ด.ญ. หม่อน นามสมมุติ อายุ 14 ปี บุตรสาว เข้าพบ พ.ต.ท. ธราดล เหมพัฒน์ รอง ผกก. (สอบสวน) กก.6 บก.ป เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยเร่งรัดติดตามคดี ที่ ด.ญ. หม่อน บุตรสาว ถูกข่มขืนกระทำชำเรา โดยผู้รับเหมาก่อสร้างจำนวน 5 ราย เนื่องจากคดียังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร

นายหนุ่ย กล่าวว่า เมื่อช่วงเดือน พ.ย. ปี2561 ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.ใหม่ ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งรู้จักมักคุ้นกับคนในครอบครัวของตน โทรศัพท์มาหา ด.ญ หม่อน บุตรสาว ก่อนชักชวนให้หนีออกจากบ้านที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาทำงานก่อสร้างด้วยกันที่แคมป์งานก่อสร้างในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่ในช่วงที่ ด.ญ.หม่อน ทำงานอยู่ที่แคมป์งานก่อสร้างดังกล่าวได้ถูกผู้รับเหมาและคนงานก่อสร้างรวม 4 คน ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้งนานร่วม 6 เดือน ซึ่งระหว่างนั้น ด.ญ.หม่อน พยายามติดต่อมาหา น.ส. ปุ้ย นามสมมุติ อายุ 23 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และทำงานก่อสร้างอยู่ที่แคมป์ก่อสร้างในพื้นที่ย่านประเวศ กทม. เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยความที่ น.ส.ปุ้ย เกรงว่าหากให้การช่วยเหลือกลัวจะทำให้ตนเองได้รับอันตราย จึงได้ตอบปฏิเสธและไม่ยอมบอกกล่าวเรื่องราวให้กับใครฟัง

นายหนุ่ย กล่าวต่อว่า กระทั่งเมื่อ ก.ค.ที่ผ่านมา ด.ญ.หม่อน ทนรับการกระทำของกลุ่มผู้รับเหมาและคนงานเหล่านี้ไม่ไหว จึงตัดสินใจหลบหนีออกจากแคมป์คนงานดังกล่าว มาอยู่กับ น.ส.ปุ้ย ที่แคมป์คนงาน ย่านประเวศ แต่ก็ยังมาถูกผู้รับเหมาชื่อนายตั้ม แคมป์ก่อสร้างดังกล่าวล่อลวงไปกระทำชำเราที่อพาร์ทเม้นท์ละแวกใกล้เคียงอีก โดยนายตั้มได้ทำร้ายร่างกายลูกสาว ด้วยการบีบคอด้วย พร้อมข่มขู่ไม่ให้มีการแจ้งความกับตำรวจ พร้อมทั้งยังพูดข่มขู่อีกว่าตัวเองเป็นทนายความ มีความรู้ด้านกฎหมาย กระทั่ง น.ส.ปุ้ย ทนเห็นน้องสาวถูกกระทำไม่ไหว จึงโทรศัพท์มาบอกตน จากนั้นจึงรีบเดินทางไปรับตัวลูกสาวออกมาจากแคมป์คนงานดังกล่าวเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ก่อนพาไปตรวจร่างกาย พร้อมเข้าแจ้งความที่ สภ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสน.ประเวศ แต่คดีไม่คืบหน้่า จึงตัดสินใจมาร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามให้ช่วยเร่งรัดคดีและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตน

สำหรับผลการตรวจร่างกายนั้น เบื้องต้น แพทย์ระบุว่าพบร่องรอยการถูกกระทำเราจริง อีกทั้งนับจากเกิดเรื่องบุตรสาวตนเองก็มีอาการซึมเศร้าตลอดเวลา และหวาดกลัวผู้คน ซึ่งหลังจากนี้ตนเตรียมประสานขอความช่วยเหลือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อขอความเป็นธรรมอีกทาง

เบื้องต้น พ.ต.ท. ธราดล ได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องทุกข์ไว้เพื่อนำไปพิจารณาควบคู่กับพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำมามอบ ก่อนประสานส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป