พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยเหตุการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้องคมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๐.๒๐ น. พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เป็นประธานในการประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ที่เกิดจากไฟป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับพลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ ๔ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปสถานการณ์ ผลกระทบจากไฟป่า และแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสทรงห่วงใยเหตุการณ์ไฟป่าในพื้นที่ รวมทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพประชาชน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

โดยในตอนบ่าย พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี พลเรือเอก ประวิตร รุจิเทศ ผู้อำนวยการศูนย์จิตอาสาพระราชทาน ๙๐๔ วปร. และคณะ ได้เดินทางไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่จริง ที่บริเวณศูนย์อำนวยการควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในการนี้ องคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมสภาพความเสียหายของพรุควนเคร็งจากทางอากาศ ซึ่งยังพบจุดที่มีไฟป่าอยู่ จากนั้น ได้ร่วมประชุมและรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช และในวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอัคคีภัย พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่

ปัจจุบันยังมีไฟป่าเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่หมู่ ๑๑ ต.เคร็ง อ.ชะอวด ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อ ต.ควนชะลิก อ.หัวไทร และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งกองกำลังผสมจากทุกภาคส่วนยังคงเข้าควบคุมไฟป่าทางภาคพื้นดิน โดยได้รับการสนับสนุนทางอากาศยาน โดยเครื่องบินกองทัพอากาศ๑ ลำ เฮลิคอปเตอร์ กองทัพบก ๒ ลำ และเฮลิคอปเตอร์กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ ลำ ในการโปรยน้ำทางอากาศ พร้อมทั้งได้มีการใช้เครื่องสูบน้ำเกือบ ๔๐ เครื่อง สูบน้ำเข้าไปในป่าพรุ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ สามารถควบคุมเพลิงได้หมดแล้ว แม้จะมีกลุ่มควันเกิดขึ้นอยู่ก็ตาม โดยกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเดินเท้าได้เข้าไปเพื่อดับไฟให้มอดสนิทต่อไป

สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เข้ารับการรักษาตัวประมาณ ๒,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่เกิดจากการสูดดมควัน ระคายเคืองตา แสบจมูก