ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ได้รายงานข่าวปัญหาความไม่โปร่งใสในกระทรวงศึกษาธิการ ว่าจากที่เคยนำเสนอข่าวปัญหาการดำเนินงานโครงการจัดซื้อกล้องวงจรปิด (CCTV) โรงเรียนในโครงการ Safe Zone School งบประมาณ 577 ล้านบาทของ 12 เขตพื้นที่การศึกษา ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ภาคใต้ ซึ่งพบว่า เอกชนคู่สัญญาอาจทำงานผิดตามสัญญาจ้างในร่างขอบเขตของงาน (TOR) ที่กำหนดไว้ แต่ สพฐ. ไม่ดำเนินการเรียกค่าเสียหายจากเอกชน

ขณะที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการเมื่อเดือน ส.ค. 2561 เร่งรัดให้ สพฐ. ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติที่เกี่ยวข้องโดยต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พ.ย.2561 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ปรากฎความคืบหน้าการดำเนินการกรณีนี้แต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 8 ส.ค.62 ที่ผ่านมา นายวิวัฒน์ สมบัติหลาย ประธานกลุ่มธรรมาภิบาลเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา ว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ให้เร่งรัดติดตามแก้ปัญหาระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในโครงการ Safe Zone School (CCTV) ที่ใช้งานไม่ได้ให้เป็นรูปธรรม ให้ทันตามกรอบการใช้เงินงบประมาณ นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบปัญหาความไม่โปร่งใสในการดำเนินงานด้วย

นายวิวัฒน์ ระบุว่า เกี่ยวกับกรณีนี้ มีกลุ่มบุคคได้เข้าไปแทรกแซง ชี้นํา และใช้กลอุบายเพื่อให้กรรมการตรวจรับงานไม่ตรงตามTORและเบิกจ่ายเงิน ค่าจัดซื้อจนสําเร็จ ซึ่งกลุ่มธรรมาภิบาลได้ร้องเรียน และ แจ้งข้อมูลถึงความไม่ถูกต้องตั้งแต่แรกเป็นระยะๆต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. และ นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่กํากับดูแล สพฐ. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงความไม่ชอบมาพากล และ ให้เร่งแก้ไขให้ถูกต้องมาตั้งแต่ปี 2558-ปัจจุบัน และสื่อมวลชนหลายสํานักได้นําเสนอข่าวต่อสาธารณะมาโดยตลอด แต่ปรากฏว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องเพื่อให้กล้องวงจรปิดใช้งานได้ ตามวัตถุประสงค์ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่จังหวัด ชายแดนใต้แต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังได้รับข้อมูลเบื้องต้นจากเครือข่ายในพื้นที่ ว่า มีกลุ่มบุคคลที่เสียประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ ได้พยายามวิ่งเต้นต่อผู้มีอํานาจสั่งการใน สพฐ. และ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ เกี่ยวข้องเพื่อไม่ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องตามTOR โดยไม่คํานึงถึงประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วย

" จากข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดข้างต้น จึงขอแจ้งให้นายณัฏฐพล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ ได้ทราบข้อมูล เพราะว่าท่านอาจจะไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน และน่าจะไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อเท็จจริง และเรื่องราวการกระทําทุจริตอย่างต่อเนื่องในกรณีนี้มาตั้งแต่ ปี 2558-ปัจจุบัน ให้ทราบ เนื่องจากมีกลุ่มขบวนการภายในกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมมือกับบุคคลภายนอก โดยมีเจตนาทุจริตเพื่อประวิงเวลา ทําให้โครงการได้รับความเสียหาย"