เป็นที่ฮือฮาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากับนโยบายของรัฐมนตรีป้ายแดงกระทรวงคมนาคม “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศนโยบายว่า “ปรับลดค่าเดินทางของคนเมืองให้ถูกลง” เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพ และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยการลดค่าโดยสารการเดินทางในทุกระบบ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ เป็นต้น
ซึ่งหากวิเคราะห์ถึงรูปแบบการเดินทางของคนเมืองที่ ณ เวลานี้ การเดินทางที่ได้รับความนิยมากที่สุดนั้นคือ “การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า” ซึ่งก็รู้กันดีว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด รวดเร็วที่สุด แต่ค่าโดยสารแพงที่สุดในระบบขนส่งสาธารณะ และก็ยังได้ชื่อว่าแพงติดอันดับโลกเช่นเดียวกัน
แม้ว่าที่ผ่านมาทุกรัฐบาลพยายามที่จะลดค่าโดยสารลงแต่ก็ไม่มีรัฐบาลไหนได้แม้แต่รัฐบาลเดียว!
แต่เมื่อมาถึงยุค “รัฐบบาลประยุทธ์2” ที่มี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มาคุมบังเหียน และพร้อมมที่จะลองของ “ลดราคาค่าโดยสาร” ซึ่งเป็นนโยบายหลักของกระทรวงคมนาคม ก็เริ่มที่จะมีกระแสทั้งในแง่บวก และแง่ลบ ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ ถึงนโยบาย “ลดค่าโดยสาร” โดยเฉพาะ “ค่าโดยสารรถไฟฟ้า” ที่ได้ประกาศว่าจะให้ “เหลือ15 บาท ตลอดสาย”
“ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บอกว่า โยบายเร่งด่วนที่จะดำเนินการภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาล คือการช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนด้วยการลดค่าโดยสารการเดินทางทุกระบบ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า รวมทั้งทางด่วน เพื่อให้ได้รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด เพราะที่ผ่านมาการให้ประชาชนได้ใช้บริการรถเมล์ รถไฟฟรี รัฐบาลก็ต้องใช้เงินอุดหนุน จึงให้ศึกษาว่ามีวิธีการชดเชยในส่วนนี้อย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เป็นภาระของรัฐบาลด้วย คาดว่าภายในปีนี้ประชาชนจะได้รับข่าวดีแน่นอน
“การลดค่าโดยสาร ย่อมทำให้รัฐต้องมาอุดหนุน แต่สิ่งจำเป็นที่สุดคือ การลดค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ช้า เพราะมีตัวชี้วัดที่จะประเมิน 1 เดือน ทั้งนี้แม้ว่าพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีนโยบายในการลดค่าโดยสารในช่วงหาเสียง แต่เวลานี้อย่าพูดว่าเป็นนโยบายของพรรคใดพรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล”
ขณะที่เรื่องนี้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าอย่าง “บีทีเอส” ซึ่งเป็นเส้นทางโครงข่ายหลักในกรุงเทพ ก็ได้ออกมา สนับสนุน และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลโดย “อาณัติ อาภาภิรม” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษา บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม มีนโยบายจะปรับลดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าให้ลงมาเหลือ 15 บาทตลอดสาย ตนเองมองว่านโยบายราคาถือว่ามีความสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากเป็นนโยบายที่ต้องเกี่ยวข้องกับภาครัฐ เอกชน และผู้โดยสาร การที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญกับนโยบายราคาเป็นเรื่องแรกถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นหน้าที่ของกระทรวงที่จะต้องมาพิจารณาทบทวนว่าจะทำอย่างไรเพื่อช่วยลดภาระให้กับประชาชนได้
"นโยบายนี้บริษัทเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่การทำนโยบายเช่นนี้สามารถทำได้หลายวิธี วิธีที่จะทำขึ้นกับนิยามและรายละเอียดของนโยบายที่จะออกมา รวมทั้งขึ้นกับความร่วมมือที่จะต้องพูดคุยกันในระดับผู้ที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นเรื่องของธุรกิจและประชาชน ซึ่งมีความสำคัญที่จะต้องมาพิจารณาว่าทำอย่างไรถึงจะสามารถตอบสนองทั้งสามฝ่ายได้อย่างดีที่สุด"นายอาณัติ กล่าว
ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์กันว่าอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าของไทยมีราคาสูงเมื่อเทียบกับประเทศที่มีระดับการพัฒนาใกล้เคียงกันนั้น นายอาณัติ กล่าวว่า เรื่องอัตราค่าโดยสารนี้คงไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เนื่องจากเงื่อนไขการลงทุนแต่ละโครงการและแต่ละประเทศย่อมมีความแตกต่างกันไป
"เรื่องราคาจะมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ เพราะเงื่อนไขการลงทุนแต่ละโครงการ แต่ละประเทศแตกต่างกัน บางทีในประเทศเดียวกัน ยังไม่เหมือนกันเลย จะเอามาเทียบกันแบบนี้คงไม่ได้" นายอาณัติ กล่าวว่า
ด้าน “สราวุธ ทรงศิวิไล” อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) กล่าวว่า นโยบายปรับลดค่าโดยสารขนส่งสาธารณะทั้งระบบโดยเฉพาะรถไฟฟ้ามีแนวโน้มให้ปรับลงมาราคาใกล้เคียง 15 บาทตลอดสาย นั้นเป็นนโยบายที่ดีเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ประชาชน เบื้องต้นมองว่าค่ารถไฟฟ้าจะเหลือ 15 บาทตลอดสายทำได้ แต่คงเป็นในส่วนที่เดินรถโดยภาครัฐ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) หรือรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่วนของเอกชนมีสัญญาเดินรถอยู่คงต้องดูว่าจะมีรูปแบบใดทำได้บ้าง
"ขณะนี้รถไฟฟ้าสายสีม่วง ยังมีผู้โดยสารใช้บริการน้อยหากลดค่าโดยสารเหลือ 15 บาทตลอดสายได้ อาจจูงใจประชาชนมาใช้บริการมากขึ้น มีรายได้เพิ่มมาชดเชยก็ได้ ขร.กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ เพราะที่ผ่านมาประชาชนร้องเรียนมากว่าค่ารถไฟฟ้าของไทยแพง"
เช่นเดียวกับ “ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า รอฟังนโยบายที่ชัดเจนก่อน จึงจะตอบได้ว่าจะดำเนินการได้ด้วยวิธีไหน หากให้ปรับลดค่าโดยสารจริง ทำได้แต่ต้องดูรายละเอียดสัญญาเนื่องจากเป็นสัญญาที่เปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน หากเอกชนที่รับสัมปทานเห็นว่าได้รับผลกระทบจะเป็นลักษณะเดียวกับทางพิเศษหรือทางด่วนที่มีคดีความกันอยู่ในปัจจุบัน หากเป็นรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเก็บค่าโดยสาร และส่งมอบเงินทั้งหมดให้ รฟม. ผลกระทบก็จะตกอยู่กับรฟม.รายได้ลดลงก็ต้องของบประมาณมาชดเชยรายได้ที่หายไป
ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ15 บาท ตลอดสายอย่าง “สุเมธ องกิตติกุล” ผู้อำนวยการวิจัย ด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การกำหนดราคาค่าโดยสารเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ซึ่งจำเป็นต้องศึกษาจากองค์ประกอบรอบด้าน เช่น ฐานรายได้ต่อเดือนของผู้ใช้บริการ, รายละเอียดของโครงข่ายเส้นทาง และอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ฐานข้อมูลในต่างประเทศ ต้นทุนค่าเดินทางในระบบรถไฟฟ้าที่ประชาชนต้องจ่ายต่อเดือน สิงคโปร์ค่าเดินทางจะอยู่ที่ 4-5%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคนไทยนั้นข้อมูลเบื้องต้นค่าโดยสารเดินทางไปกลับต่อวันของรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 100 บาท เมื่อวางเป็นโจทย์แล้วมาคิดต่อว่า ถ้าค่าเฉลี่ยของรถไฟฟ้าเดินทางต่อเที่ยวอยู่ที่ 30 บาท หรือไปกลับวันละไม่เกิน 60 บาท ประชาชนที่มีฐานเงินเดือนประมาณเดือนละ 18,000 บาท มีต้นทุนค่าโดยสารต่อเดือนประมาณ 1,200 บาท ถือเป็นต้นทุนที่ผู้ใช้บริการจะพอแบกรับไหว
"ประเมินเบื้องต้นว่าค่าเดินทางระบบรถไฟฟ้าทั้งโครงข่าย 30 บาทต่อเที่ยว ถือเป็นราคาที่เหมาะสม" นายสุเมธ กล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่าการกำหนดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่ต้องนำไปสู่การชดเชยให้เอกชนผู้ถือสัมปทานนั้น ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบอยู่ในพื้นฐานที่ไม่เป็นภาระมากเกินไป ส่วนประเด็นว่าหากมีการกำหนดกรอบค่าโดยสารไม่ว่าจะเป็น 15 บาทต่อเที่ยวหรือ 30 บาทต่อเที่ยว ในส่วนสัมปทานเดินรถไฟฟ้าที่ภาครัฐกับเอกชนมีในปัจจุบันจะต้องจ่ายชดเชยมากแค่ไหนนั้น
"อย่างกรณีกำหนดค่าโดยสารต่อเที่ยว 15 บาทนั้น คิดง่ายๆ ว่าหากคำนวณจากผู้โดยสาร เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอสวันละ 800,000 คน รถไฟฟ้าใต้ดิน 300,000 คน รถไฟฟ้าสีม่วงอีก 100,000 คน แอร์พอร์ตลิงก์ 100,000 คน ไปคำนวณกับค่าโดยสารเฉลี่ยของผู้โดยสารปัจจุบันคนละ 30 บาท เห็นชัดเจนว่าจะต้องไปชดเชยให้แก่การเดินทางของประชาชนเฉลี่ยคนละ 15 บาทต่อวัน ส่วนนี้ถือว่าเป็นภาระค่อนข้างหนัก" นายสุเมธกล่าว
ดังนั้นนโยนบายการ “ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเหลือ15 บาทตลอดสาย” จึงต้องลุ้นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่ชื่อ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ที่ออกตัวแรงชูนโยบายจะทำได้หรือไม่!?!
ถ้าทำได้งานนี้มีดังแน่นอน!