จากสถิติในปี2561 นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากกว่า 38 ล้านคน โดยเพิ่มขึ้น 7.54% จากปี 2560 ซึ่งนักท่องเที่ยวหลักๆ ที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ได้แก่ จีน เอเชียน รวมกันกว่า 20 ล้านคน ตามมาด้วยมาเลเซีย 4 ล้านคน อินเดีย 1.5 ล้านคน และอเมริกา สิงคโปร์ เวียดนามอย่างละล้านคน ทั้งนี้ทางเอเชียแปซิฟิคคาดการณ์ ว่า การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญนี้อยู่ในช่วงระยะเวลาตั้งแต่ 2559-2565 โดยจีนเป็นตลาดที่สำคัญ และกลุ่มมิลลียนแนร์ ทั่วโลกจะโตประมาณ 8.1% เนื่องจากมีความต้องการที่จะเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มอื่นๆ

ตลาดพัทยาแนวโน้มดี

ทั้งนี้ นางสาวพรพรรณ รัตนพิทักษกุล ผู้จัดการ โรงแรมเมสันพัทยา กล่าวว่า จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่กล่าวมา ที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดชลบุรี เป็นท็อปไฟว์ของนักท่องเที่ยว หลักๆ คือนักท่องเที่ยวชาวไทย ตามมาด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีน เกาหลีใต้ และอินเดีย ซึ่งถ้าเทียบกับเมืองท่องเที่ยวเหมือนกันแล้ว รายได้รวมของชลบุรี ยังเป็นรองเมืองภูเก็ต ไม่มาก แต่มีรายได้สูงกว่า ฝั่งหัวหิน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเดินทางที่สะดวกสบาย และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมีการใช้จ่ายหลักๆ คือ ค่าที่พัก ค่าสินค้าที่ระลึก ของฝาก อาหาร และเครื่องดื่ม เป็นต้น

โดยเฉพาะ ตลาดพัทยา ในปี 2560 รายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมที่มีทั้งหมดเพิ่มขึ้น 8.7 % ผลเนื่องมาจากการท่องเที่ยวในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ซึ่งในเดือนมิถุนายน 2560 นั้นมีคนไทยครองตลาดถึง 30% ในจำนวนแขกทั้งหมด ขณะที่อินเดีย ยังคงเป็นตลาดที่ดีในทุกกลุ่มโรงแรม ทั้งบัทเจ็ทโฮเทล ไปจนถึงไฮเอน ลักชูรี่ และในเดือนเดียวกันมีนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้น 15% จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าพักในโรงแรมทั้งหมด ตามด้วยรัสเซีย 6% และเกาหลีใต้ 4%

ด้วยเหตุนี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. จึงได้ตั้งเป้าสำหรับโรงแรมอัพสเกลเพิ่มขึ้น ด้วยการตั้งเป้าในปี 2562 ทำการตลาดครุยส์ หรือกลุ่มล่องเรือสำราญ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายสูง เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลงเครื่องสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นถึง 79% ภายใน 3 ปี

โรงแรมลักชูรี่ยังขยายตัว

อย่างไรก็ตาม นางสาวพรพรรณ กล่าวว่า ในส่วนของที่พัก พบว่า รายงานล่าสุดจากทรานพาเรนซี่มาร์เก็ต รีเสิร์ช พบว่า ตลาดโรงแรมลักชูรี่ยังคงขยายตัวที่ 4 %ในปี 2559-2564สำหรับตลาดลักชูรี่เอเชียใต้ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยจากนี้ถึง ปี 2568 ตัวเลขของลักชูรี่ทริปจากประเทศ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ประเทศจีน และอินเดียน่าจะเพิ่มขึ้นถึง 12.8%

สำหรับ ตลาดโรงแรมลักชูรี่ แบ่งเป็น 6 ประเภท มี Always Luxury 4% Special Occasion 20% Bluxuy31% Cash-rich,Time-poor 24% Strictly Opulent 18% Independent&Affluent 3% แต่ที่น่าสนใจ และทางตลาดพัทยากำลังมุ่งเน้นในการสร้างสรรค์ เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ คือ กลุ่ม Special Occasion ที่มีอยู่ประมาณ20% ซึ่งกลุ่มนี้จะนิยมความตื่นเต้นเร้าใจในการเดินทาง อาจจะเป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง เช่นการแลกไมล์ เพื่อได้ใช้บริการที่เหนือกว่า การรับประทานอาหารแบบสุดพิเศษ เพื่อเพิ่มสีสันในการเดินทาง

ซึ่ง ตลาดลักชูรี่ คาดการณ์ว่าน่าจะสูงขึ้น 1,154 ล้านล้านดอลล่าร์ในปี 2565 โดยจะเพิ่มขึ้น 6.4% ตั้งแต่ปี 2560-2565 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของความชอบของผู้คนที่ต้องการประสบการณ์วันหยุดที่แปลกใหม่ในชนชั้นกลาง และชนชั้นสูง โดยมีการใช้โซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น จนทำให้ตลาดดังกล่าวขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนยังเป็นตลาดที่สำคัญ เพราะด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี เพราะเห็นว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีสำหรับการพักผ่อนในระยะยาว หรือระยะสั้น

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. ได้คาดการณ์ว่า ตัวเลขของนักท่องเที่ยวชาวจีนในปี 2562 จะเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 11.6-12 ล้านคน และกลุ่มนักท่องเที่ยวเอฟไอที หรือ กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง เป็นตลาดที่น่าจับตามองในปีนี้ และเป็นกลุ่มที่น่าสนใจมาก สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ทั้งนักท่องเที่ยวในแถบอาเซียน 11.31 ล้านคน ยุโรป 6.90 ล้านคน อินเดีย 2.01 ล้านคน รัสเซีย 1.50 ล้านคน และอังกฤษ 0.99 ล้านคน