เอไอเอส โหมกลยุทธ์รุกตลาดภูมิภาคทั่วไทย เดินหน้าตอกย้ำผู้นำเครือข่ายอันดับ 1 ตัวจริง ประเดิมภาคอีสาน ดึง“ต่าย อรทัย” ราชินีลูกทุ่ง เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ พร้อมเปิดแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุดทั่วภาคอีสาน”

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจจากนี้ไป เอไอเอสจะเดินหน้าเจาะตลาดแบบลงลึกตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศไทย โดยเน้นออกแบบให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานของพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละภูมิภาคที่แตกต่างกัน ส่วนการแข่งขันของตลาดในระดับภูมิภาครุนแรงมากขึ้นด้วยเช่นกันโดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาจะถูกนำมาใช้มากที่สุดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด

ทั้งนี้ภูมิภาคแรกที่เอไอเอสเข้าไปทำตลาด คือ ภาคอีสาน ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “เอไอเอส ที่ 1 ตัวจริง เร็วแฮงสุดทั่วภาคอีสาน” พร้อม“ต่าย อรทัย” นักร้องลูกทุ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในภาคอีสาน ด้วยยอดผู้ติดตามผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจกว่า 5.4 ล้านแอคเคาท์ เป็นตัวแทนในการสื่อสารความมุ่งมั่นของเอไอเอสไปถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในภาคอีสาน โดยประเดิมจัดกิจกรรมทัวร์คอนเสิร์ต “ม่วนกันหน่อย จอยกันแน” ซึ่งจัดขึ้นในจังหวัดเศรษฐกิจสำคัญของภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และอุบลราชธานี เจาะตรงถึงลูกค้าเป้าหมาย

นอกจากนี้ยังได้ออกแพ็กเกจสำหรับลูกค้าในภาคอีสานโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ตโฟนพร้อมแพ็กเกจทั้งโทรและเล่นเน็ต ได้แก่ สมาร์ตโฟน AIS Super Smart Gen 1 ราคา 1,590 บาท และแพ็กเกจ “โปรสะใจ” เพียงเปิดซิมใหม่ AIS 12Call! The ONE SIM พร้อมเติมเงิน 30 บาททันที และกด *777*199# แล้วโทรออก รับสิทธิ์โทรฟรีไม่อั้นทุกเครือข่าย ครั้งละ 30 นาที นาน 3 เดือน ขณะเดียวกันชูจุดขายสำคัญ คือ เครือข่าย AIS NEXT G ที่เร็ว แรงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เครือข่าย AIS 4.5G และ AIS 4G ADVANCED อีกทั้งมีแผนจะเตรียมทดลองทดสอบเทคโนโลยี 5G ที่กำลังจะมาถึงในอนาคตอันใกล้ด้วย อย่างไรก็ดีในเดือนส.ค.นี้เอไอเอสเตรียมรุกตลาดในภาคใต้ต่อ เพื่อคงความเป็นผู้นำในตลาด

สำหรับเหตุผลที่เลือกภาคอีสานเป็นภูมิภาคแรกนั้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเติบโตอย่างโดดเด่นจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรรมท้องถิ่น เป็นตลาดใหญ่ รองจากกรุงเทพฯ ด้วยจำนวนประชากรในภาคอีสาน 22 ล้านคน โดยเอไอเอสครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 55% มีจำนวนลูกค้ากว่า 10 ล้านเลขหมาย คิดเป็นสัดส่วน 24% ของฐานลูกค้าทั่วประเทศ แบ่งเป็นระบบเติมเงิน 8.8 ล้านเลขหมาย และระบบรายเดือน 1.2 ล้านเลขหมาย

ทั้งนี้ผ่านมา เอไอเอสได้ขยายโครงข่าย 4G และ 4.5G ครอบคลุมทั้ง 2,678 ตำบล 20 จังหวัดทั่วภาคอีสาน ด้วยจำนวนสถานีฐาน 9,965 แห่ง อีกทั้งยังขยายเครือข่าย AIS Fibre ครอบคลุมแล้ว 16 จังหวัดภาคอีสาน หรือ 25,711 จุดบริการ เพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 1.1 แสนราย เติบโตกว่า 12% เมื่อเทียบกับปี 2561

ด้านภาพรวมตลาดในภูมิภาค บริการที่มาจากโมบายยังมาเป็นอันดับ 1 ส่วนในกทม.นั้น บริการโมบายและ  AIS Fibre ทำตลาดได้ดีควบคู่กันมา ซึ่งเป้าหมายของเอไอเอส คือ ต้องการเพิ่มฐานจำนวนลูกค้าทั้งเอไอเอส ที่เป็นโทรศัพท์มือถือและ AIS Fibre เข้าด้วยกัน ซึ่งขณะนี้AIS Fibreมีโฮม พาสมากกว่า 7 ล้านครัวเรือน ครอบคลุม 57 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าประมาณ700,000 ราย ซึ่งสิ้นปีนี้จะพยายาม ทำให้ได้ถึง 1 ล้านราย