เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 ที่กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผบก.ทท.1 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ1) ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายศุภชัย ชัยเมือง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่524 / 2562 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 พร้อมด้วยของกลางประกอบด้วยกระเป๋าเป้สะพายหลังสีดำ และเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันที่ลงมือก่อเหตุเข้าไปลักทรัพย์ เป็นกระเป๋าสะพายแบบสุภาพสตรีซึ่งภายในมีทรัพย์สินสำคัญหลายรายการ ซึ่งเสียหายเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ขณะที่นอนพักรอขึ้นเครื่องที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 สนามบินสุวรรณภูมิ เหตุเกิดเมื่อช่วงสายของวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจาก MR.KINOSHTA MASAHDE ผู้เสียหายซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นว่า ขณะที่ตนเองนั่งรอ เพื่อรอขึ้นเครื่องเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น อยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 7 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้วางกระเป๋าเป้สีดำซึ่งภายในมีทรัพย์สินที่สำคัญหลายรายการ และเงินสดสกุลเยนอีกประมาณ 200,000 เยน โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และทรัพย์สินอื่นๆ อยู่ภายใน โดยวางกระเป้ดังกล่าวไว้ใต้เก้าอี้นั่งพักรอขึ้นเครื่องภายในอาคารดังกล่าว และเผลอหลับไป แต่พอตื่นขึ้นมาพบว่ากระเป๋าเป้ใบดังกล่าวได้หายไป

หลังทราบข้อมูลจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในจุดที่เกิดเหตุย้อนหลัง จนกระทั้งพบว่า ในระหว่างที่ผู้เสียหายนั่งหลับอยู่ที่บริเวณเก้าอี้นั่งพักรอขึ้นเครื่องบนอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 7 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้พบเห็นชายต้องสงสัยทราบชื่อภายหลังชื่อนายศุภชัย ชัยเมือง ซึ่งเข้ามาเดินวนเวียนอยู่ภายในอาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอยู่หลายรอบ ตั้งแต่ชั่วของค่ำของวันก่อนที่จะเกิดเหตุ เพื่อมองหาเหยื่อซึ่งจะเลือกลงมือกับเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติที่กำลังจะเดินทางออกนอกประเทศ จนกระทั่งมาพบผู้เสียหายซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นได้วางกระเป๋าเป้ใบดังกล่าวไว้ใต้เก้าอี้นั่งพักรอขึ้นเครื่อง และเกิดนั่งหลับ ชายต้องสงสัยจึงได้ได้เดินเข้าไปทำที่นั่งอยู่ในจุดที่ผู้เสียหายวางกระเป๋าเป้ไว้ โดยเอากระเป้สีดำของตัวเองไปวางทาบไว้ใกล้ ๆ สบโอกาส จึงได้ลงมาก่อเหตุโดยชายต้องสงสัยจะทำที่เป็นหยิบกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นมาโดยได้ใช้นิ้วหนีบเอากระเป๋าเป้ของผู้เสียหายขึ้นมาด้วยโดยซ้อนเอาไว้ด้านหลัง ก่อนที่จะรีบเดินออกมาไปเข้าห้องน้ำและทำการเป็นเสื้อผ้าจากที่นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินมา เปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวสีดำและเสื้อยึดสีเทา เพื่ออำพรางสายตาของเจ้าหน้าที่ ที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ก่อนรีบเดินทออกมาจากอาคารสนามบินไป

ต่อมาในวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวบและตำรวจท่องเที่ยวรวมทั้งชุดปฎิบัติการพิเศษท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ร่วมกันสืบสวนจนกระทั่งทราบว่านายศุภชัย หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปกบดานอยู่ที่ห้องเช่ารายวัน ที่นายศุภชัย ไปเช่าเอาไว้เป็นที่พักชั่วคราวอยู่ในย่านถนนเสรีไทย ซอย44 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเข้าทำการจับกุมและจากการตรวจค้นห้องพักดังกล่าว ได้พบของกลางหลายรายการของผู้เสียหาย รวมทั้งเสื้อผ้าชุดที่สาวใส่ไปลงมือก่อเหตุ จึงยึดไว้เป็นของกลางก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวน โดยผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริงและนำมารื้อค้นเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายออก ก่อนนำก้อนหินมาใส่ไว้ในกระเป๋าที่ก่อเหตุมาเพื่อถ่วงน้ำหนักและนำไปโยนทิ้งน้ำในย่านคลอง 5ลำลูกกา และนั่งรถกลับมาพักที่ห้องเช่ารายวันย่านถนนเสรีไทย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในท่าอากาศยาน ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท้าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป