ตามโผ “สมพงษ์” นั่งหัวหน้าเพื่อไทย จ่อประเดิมงานแรกจัดหนักรบ.แถลงนโยบายด้าน”หญิงหน่อย” ประกาศกร้าวเป็นฝ่ายค้านทรงอานุภาพ ขณะที่ "ป๋าเหนาะ" ลั่น ไม่ตายไม่เลิกเล่นการเมือง

วันที่ 12 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยมีทั้งสิ้น 29 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายไพจิต ศรีวรขาน นายเกรียง กัลป์ตินันท์ นายวิทยา บุรณศิริ นายสามารถ แก้วมีชัย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นายนคร มาฉิม พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ รองหัวหน้าพรรค นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรค นส.ละออง ติยะไพรัช นายจตุพร เจริญเชื้อ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ นายศราวุธ เพชรพนมพร นายสุรชาติ เทียนทอง นส.ขัตติยา สวัสดิผล นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค
นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เหรัญญิกพรรค นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนสมาชิกพรรค นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรค นายประพนธ์ เนตรรังสี นายณรงค์ รุ่งธนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค

รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า กรรมการบริหารพรรคชุดนี้มีมากถึง29คน ซึ่งประกอบไปด้วยจากสามกลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มสายตรงคนแดนไกล กลุ่มกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม ที่มีความสนิทสนมกับนายภูมิธรรม เวชยชัย อาทิ นายชูศักดิ์ นางลดาวัลลิ์ นายเผ่าภูมิ ขณะที่กลุ่มใหญ่สุด เป็นกลุ่มคนสนิทของคุณหญิงสุดารัตน์ ที่มีทั้งส.ส.และอดีตส.ส.ทุกภูมิภาค เช่น น.อ.อนุดิษฐ นายวิชาญ นายสามารถ นายประเสริฐ นายจตุพร นพ.ชลน่าน นายจิรายุ นายอนุสรณ์ ทั้งนี้การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ แม้จะมีความพยายามลบล้างภาพในอดีตที่มักจะไม่นำ ส.ส.เข้ามาทำหน้าที่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุการเมือง จากการยุบพรรคที่จะทำให้ส.ส.ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งตามไปด้วย แต่ก็มีความกังวลว่าการดึงส.ส.เข้ามามีตำแหน่งในกรรมการบริหารพรรคเป็นจำนวนมาก ขณะที่พรรคเพื่อไทย ถูกจ้องเล่นงาน ถูกจับตาจากขั้วตรงข้ามทางการเมือง หากเกิดอุบัติเหตุการเมือง โดยเฉพาะโทษจากการยุบพรรค อาจทำให้พรรคเสียบุคคลากรที่เป็นส.ส. และกำลังมีบทบาทโดดเด่นในสภาฯ ต้องถูกเว้นวรรคการเมืองไปมากถึง11คน

ต่อมาเวลา14.00น. ภายหลังการเลือกกรรมการบริหารพรรคเสร็จสิ้น นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเพี่อไทย กล่าวว่าขณะนี้กรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค นำพาพรรคไปในแนวทางที่ถูกที่ควร ด้วยจำนวนกรรมการบริหารพรรคที่ถูกกำหนดไว้ให้มีเพียง 29 คน เป็นคนรุ่นใหม่ มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน ไม่มีสตั๊นท์แมนหรือนอมินี จะสนับสนุนการอภิปรายในสภาฯ เจาะประเด็นในสิ่งที่รัฐบาลทำเสียหายต่อประเทศ มีเจตจำนงแก้ปัญหาให้ลุล่วง หาทางผลักดันให้รัฐบาลรู้ว่าอะไรควรไม่ควร เมื่อตั้งครม.แล้วต้องทำประโยชน์ให้ประชาชนโดยตรง ส่วนแผนงานการทำงานในสภาฯนั้น จะเริ่มตั้งแต่อภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล เรื่องของจริยธรรม จากนั้นจะอภิปรายในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ที่จะเข้าสู่สภาฯช่วงเดือนก.ย. ต้องใช้บุคลากรของพรรคที่รอบรู้ชี้ให้รัฐบาลทราบว่าอะไรควรไม่ควร อะไรต้องตัด อะไรต้องแก้ไข และแน่นอนว่าก่อนปิดสมัยประชุม ต้องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ และนอกจากกรรมการบริหารพรรคแล้ว พรรคเพื่อไทยยังมีบุคลากรที่มีความสามารถ เข้ามาทำงานในคณะกรรมการต่างๆเช่น คณะกรรมการที่ปรึกษาพรรค มีนายเสนาะ เทียนทอง เป็นประธาน คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธาน

นายสมพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้นรัฐมนตรีบางส่วนมาจากครม.ชุดที่ผ่านมา ดังนั้นเราจะดูการทำงานครม.ทั้งสองชุดควบคู่กันไป แต่ขณะนี้ไม่ยังเจาะจงไปที่ใครแต่เชื่อว่าท่านรู้ตัวท่านเอง ส่วนกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ระบุไม่อยากให้ใช้เวทีสภาฯเป็นที่ล้มรัฐบาลนั้น สภาฯไม่ได้เป็นที่ล้มรัฐบาลนั้น แต่เป็นเพราะประชาชนจะเห็นเอง การล้มรัฐบาลไม่ใช่เรื่องง่ายเขามีเสียงส่วนใหญ่เกินเราไป 5-6 เสียง แต่เขาก็ยังรวมกันได้เขาก็ต้องขยันกันหน่อย

ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ว่าที่เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าพรรคเพื่อไทยฝ่าฟันสถานการณ์ทางการเมืองมามากมาย แต่ประสบความสำเร็จมาตลอด เพราะกรรมการบริหารพรรคตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน จนมาถึงพรรคเพื่อไทย ขอสัญญาว่าจากนี้สิ่งที่ตนจะดำเนินการ จะทำเพื่อพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคยิ่งใหญ่เพื่อประชาธิปไตย ขอปวารณาตัวเอง และขอให้โอกาสตนเป็นตัวเชื่อมระหว่างส.ส.และผู้บริหารในส่วนกลาง ทั้งนี้จะมีโครงการเพิ่มความสามารถ ยกระดับสมาชิกของพรรค เพื่อเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจ ในฐานะตัวแทนประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า สถานการณ์ที่เผชิญอยู่ในตอนนี้ ทำให้ต้องเตรียมพร้อม เพื่อรองรับความท้าทาย 3 เรื่อง คือความท้าทายทางการเมือง การต่อสู้กับรัฐธรรมนูญและกติกาที่บิดเบี้ยว กับประชาธิปไตยจอมปลอม กลไกต่างๆ การใช้อำนาจรัฐการใช้องค์กรอิสระที่ไม่เป็นธรรม ความท้าทายทางเศรษฐกิจ และความท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี จึงต้องปรับตัวให้พร้อมโดยปรับกระบวนทัศน์ จัดกระบวนคน สร้างกลไกยุติความขัดแย้ง จากนี้ เพื่อไทยยุคใหม่จะเข้าถึงประชาชนมากขึ้น และจะนำประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในสภามากขึ้น และร่วมติดตามการทำงานของรัฐบาลร่วมกับทีมเพื่อไทยให้มากขึ้น ทั้งนี้เราจะเป็นเครื่องมือทำงานให้ประชาชนได้ทรงอานุภาพ จะเป็นฝ่ายค้านที่แข็งแกร่งในการดูแลผลประโยชน์ประชาชน

นายเสนาะ เทียนทอง ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนทำงานการเมืองมานาน วันนี้เราเป็นฝ่ายค้านมีเสียงมากที่สุด แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะนักกฎหมายที่เขียนกฎหมาย มีจิตใจต่ำช้า สามานย์ เขียนกฎหมายตามคำสั่งโจร500 เอาอำนาจอธิปไตยจากประชาธิปไตย เป็นของเผด็จการ สร้างความเสียหายให้บ้านเมืองย่อยยับ วันนี้ต้องขอบคุณกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่ให้เกียรติ หัวใจยังไม่เปลี่ยนแปลง แม้มีคนมาขอให้เลิก แต่ก็ยังไม่เลิก ยังอยากทำงานการเมืองต่อไป คำว่าเลิก เท่ากับ ความปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง หากยังมีลมหายใจ ไปไหนมาไหนได้ จะไม่ยอมเลิก มีอะไรที่ตนพอให้ทำได้ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะยังพอมีบารมีพอสมควร ขอย้ำว่า สมาชิกในพรรคยังรักและสามัคคีกัน คงไม่มีสัตว์เลื้อยคลานในพรรคอย่างแน่นอน