PTT-KV-DJSI-Online

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 11 ก.ค.62 น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ และ น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมีนายธนิต สุวรรณากาศ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้รับเรื่อง เพื่อตรวจสอบกรณีทุจริตฮั้วประมูล ล็อกสเปกน้ำยางพาราและโครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ทั่วประเทศ หลังก่อนหน้านี้ได้ไปร้องถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล และกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)
น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ กล่าวว่า การเดินทางมายื่นหนังสือที่ สำนักงาน ป.ป.ช. ในวันนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าองค์กรแห่งนี้เป็นหน่วยงานที่ปราบปรามการทุจริตโดยตรง โดยทางกลุ่มผู้ประกอบการยางพารา รวมไปถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างผู้รับเหมาและชาวบ้านเกษตรกร ต้องการนำเรื่องนี้ให้ทาง ป.ป.ช. รับเรื่องราวมาตรวจสอบเพื่อตีแผ่ความเป็นจริงให้กับสังคมรับทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เรื่องนี้มีการทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งมีข้าราชการกังฉินบางคนเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะข้อพิรุธในการได้มาซึ่งบริษัทผู้จำหน่ายน้ำยางพารา 3 บริษัท เพื่อทำถนนในโครงการถนนยางพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ทั่วประเทศ วงเงินงบประมาณหลายพันล้านบาท ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดใน TOR (Term of Reference – ข้อกำหนดของผู้ว่าจ้าง ประกอบด้วยขอบเขตและรายละเอียดของงาน) แต่กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำการทุจริตก็ไม่มีท่าทีที่จะหยุด และยังเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเฉพาะคำพูดของหนึ่งในข้าราชการที่ร่วมอยู่ในขบวนการทุจริต ได้มีการพูดเชิงข่มขู่ทำนองว่า ไม่มีใครที่สามารถทำอะไรเขาได้ ซึ่งหากใครคิดที่จะทำอะไรเพื่อล้มเลิกโครงการนี้ ก็ขอให้ดูนามสกุลของเขาด้วยว่า เป็นคนมีบารมีและใหญ่โตในแวดวงการยางพาราขนาดไหน
ที่ผ่านมามีการบังคับให้ซื้อน้ำยางพาราจากเพียงแค่ 3 บริษัท และหากใครที่ไม่ยอมซื้อน้ำยางจาก 3 บริษัทนี้ ก็จะถูกข่มขู่ว่าจะเอาเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เข้าไปตรวจสอบ โดยเวลานี้ทั้งผู้รับเหมา และเกษตรกรชาวสวนยาง ต่างรู้สึกหวาดกลัวและอึดอัดใจมาก เพราะเหมือนชีวิตกำลังถูกบังคับและคุกคามจากกลุ่มคนที่ต้องการเพียงแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง แม้แต่ น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ ก็ยังถูกชายลึกลับ 2 คน บุกไปยังบ้านเพื่อข่มขู่ และจะตามหาตัวของ น.ส.สุพัตรา ซึ่งขณะนั้นไม่ได้อยู่บ้าน แต่กล้องวงจรปิด 2 ตัวสามารถจับใบหน้าได้อย่างชัดเจน
จนล่าสุดได้มีพลเมืองดีส่งข้อมูล ชื่อ และรูปภาพของผู้ต้องสงสัยมาให้ผ่าน ตู้ ปณ.57 เมืองฉะเชิงเทรา ทางผู้เสียหายได้เข้าไปหาข้อมูลจนทำให้ทราบว่า 1 ในบุคคลต้องสงสัยในคลิปคือ ข้าราชการมีสี ระดับยศ. ร้อยตำรวจเอก ทำให้เกิดความหวาดกลัวในความปลอดภัยของตัวเอง และครอบครัว จึงเข้าร้องต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.เพื่อให้ช่วยดูแลคดีแต่วันนี้เรา 2 คน ตัดสินใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่แล้วว่า จะเดินหน้าต่อไปเพื่อสู้กับ “อำนาจมืด” ในแวดวงราชการ และเปิดโปงการทุจริตที่เกิดขึ้นเพื่อให้สังคมได้รับทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ทางด้าน นายธนิต สุวรรณากาศ หัวหน้ากลุ่มปฏิบัติการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษสำนักงาน ป.ป.ช. ได้กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ยินดีรับเรื่องราวดังกล่าว และพร้อมที่จะดำเนินการเร่งตรวจสอบเพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด