โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ฉลองครบรอบ 20 ปี เดินหน้าตอกย้ำผู้นำธุรกิจไมโครบริวเวอรี่ ยืนหนึ่งแบบไร้คู่แข่ง มุ่งพัฒนายุทธศาสตร์หลัก 4 ด้าน เบียร์ อาหาร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ และบริการ พร้อมอัดแคมเปญใหญ่ หวังดันยอดขายสิ้นปี 900 ล้านบาท

นายสุพจน์ ธีระวัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ในโอกาสครบรอบ 20 ปี เรายังคงเดินหน้าพัฒนา 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ (1)เบียร์ โดยจะมีการเพิ่มเบียร์ตัวใหม่ขึ้นมาอีก 2 รสชาติ ได้แก่ โรเซ่ (Rose’) และฮอปส์บอมบ์ (Hops Bomb) เป็นต้น, (2) อาหาร ได้จัดให้มีแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ PD (Produce Development) เพื่อสร้างสรรค์เมนูอาหารไทยใหม่ๆ ทุก 3 เดือน รวมถึงการเปิดซูชิบาร์สำหรับคนรักอาหารญี่ปุ่นด้วย (3) เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ได้พัฒนารูปแบบการนำเสนอ โดยนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเพิ่มสีสันของโชว์ให้มีความวิจิตร ตระการตา และน่าสนใจมากขึ้น พร้อมเสริมทัพด้วยการ จัดคอนเสิร์ตของศิลปินดังของเมืองไทยในทุกๆ เดือน เพื่อดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เป็นแฟนคลับของศิลปินให้เข้าถึงและรู้จักโรงเบียร์มากยิ่งขึ้น คือ และ (4) บริการ คือ การจัดทำหลักสูตรอบรมและเรียนรู้อยู่เสมอ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง

สำหรับการพัฒนา 4 ยุทธศาตร์ดังกล่าวเพื่อสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจไมโครบริวเวอรี่ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ทั้ง 3 คือ สาขา พระราม 3 (จำนวนที่นั่ง 900 ที่นั่ง) , รามอินทรา (จำนวน 2,000 ที่นั่ง) และแจ้งวัฒนะ (จำนวน 1,300 ที่นั่ง)อย่างต่อเนื่อง โดยแผนการขยายสาขาโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงแห่งที่ 4 ยังไม่มีเพราะยังหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการเปิดไม่ได้

นอกจากนี้ในโอกาสครบรอบ 20 ปี โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงได้จับมือกับพันธมิตร บัตรเครดิตเคทีซี จัดแคมเปญใหญ่ “กินเที่ยวเรื่องเดียวกันกับบัตรเครดิต KTC” ตั้งแต่วันนี้ถึง 7 ก.ค.ศกนี้ โดยมอบความพิเศษแบบ 2 ต่อ คือต่อที่ 1 ส่วนลด 10% ต่อที่ 2 คือ ลุ้นแพคเกจทัวร์เที่ยวเทศกาลเบียร์ประจำปีที่โด่งดังที่สุดในโลก OKTOBERFEST 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ก.ย.- 6 ต.ต.2562 ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี จำนวน 2 รางวัลๆ ละ 2 ที่นั่ง มูลค่ารางวัลละ 216,000 บาท รวมมูลค่า 432,000 บาท

สำหรับการทำตลาดในโอกาสครบรอบ 20 ปีของโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง นอกจากจะทำผ่านช่องทางออฟไลน์แล้วยังจะทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์อย่างโซเชียลมีเดีย เช่นกัน อาทิ @Line เพื่อรับโปรโมชั่นส่วนลดพิเศษก่อนใคร พร้อมพัฒนาฐานข้อมูลสมาชิกที่มีอยู่ถึง 15,000 คน เพื่อสร้างรอยัลตี้ให้กับแบรนด์ รวมถึงกิจกรรมรวมพลคนรักโรงเบียร์เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมในการส่งต่อความรู้สึกดีๆ จากรุ่นสู่รุ่น พร้อมกับมอบโปรโมชั่นด้านอาหารที่มีความหลากหลายของเมนู และรสชาติอร่อยมีคุณภาพ ตลอดจนสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อมอบประสบการณ์ความอร่อยให้กับลูกค้าอย่างไม่สิ้นสุด

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ส่วนใหญ่จะเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อนฝูง รวมถึงการจัดเลี้ยง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีลูกค้าใช้บริการทั้งปี รวม 3 สาขา จำนวน 8.5 แสนคน สัดส่วนสาขาที่มากที่สุดคือพระราม 3 ราว 38% รามอินทรา 36% และแจ้งวัฒนะ 26%

“ภาพรวมเราเชื่อว่าเราเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพฯ ในประเภทธุรกิจไมโครบริวเวอรี่ ซึ่งลูกค้าต่างชาติที่อยู่เมืองไทย (Expat) มากกว่า 50 % รู้จักร้านเรา และในแง่นักท่องเที่ยว (Tourist) ก็แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนตามไกด์บุ๊คต่างๆ ปัจจุบันนี้ ในแง่ของการเติบโต 20 ปีที่ผ่านมา ยอดขายเราโตขึ้น โดยวัดตามอัตราการบริโภคต่อหัวที่เพิ่มขึ้น จากเดิมช่วงเปิดใหม่ๆ จะอยู่ที่ 300 แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 700-800 บาทต่อหัว อาจเพราะราคาสินค้า ค่าครองชีพต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามยุคสมัย ในแง่ยอดขายเมื่ออัตราบริโภคต่อหัวสูงขึ้น ก็ทำรายได้ให้เราสูงขึ้น ผมหวังเพียงว่าให้โตสัก 10% ต่อปี ปัจจุบันยอดขายรวมของเรา 800 ล้านบาท แต่สิ้นปีนี้คาดว่าจะมียอดขายที่ 900 ล้านบาท ส่วนปี 2563 คาดมียอดขาย 1,000 ล้านบาทแน่นอน” นายสุพจน์ กล่าว