PTT-KV-DJSI-Online

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ตชด.237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง มีการตรวจยึด รถยนต์กระบะ โตโยต้า รีโว่ สีขาวทะเบียน 1ฒศ7233 กทม. บรรทุกไม้พะยูงหวงห้าม จำนวน 6 ท่อน ท่อนละประมาณ 2 เมตร รวมปริมาตร ประมาณ 2.80 ลูกบาศก์เมตร มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ขณะ นายพัฒนพงษ์ รัตนมาลี อายุ 40 ปี คนขับรถ ได้ขับรถขนไม้พะยูง มาถึงบริเวณถนนระหว่าง บ้านท่าดอกแก้ว - อ.ศรีสงคราม ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อกลางดึกวันที่ 12 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ เกรงว่าจะมีการลักลอบตัดไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน โดยผิดกฎหมาย

ภายหลังมีการตรวจสอบพบว่า ไม้พะยูงดังกล่าว เป็นไม้พะยูงเก่าแก่ อายุ กว่า 200 ปี ที่ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ไว้ ในวัดสุภราราม บ.ปากอูน ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยมีนายทุนได้ไปติดต่อซื้อมาในราคา 1.2 ล้านบาท หลังจาก ทางคณะกรรมการวัด ร่วมกับชาวบ้าน ได้มีมติขาย นำเงินพัฒนาวัด ซึ่งสามารถทำได้ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 17 เมษายน 2562 และมีการแก้ไขความในวรรคหนึ่ง มาตรา 7 มีผลให้ไม้ทุกชนิดที่ขั้นในที่มีกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครอง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ไม่เป็นหวงห้าม ดังนั้น การทำไม้ การแปรรูปไม้ และการเคลื่อนย้ายไม้ที่ขึ้นในที่ดินมีกรรมสิทธิ์ ครองครอง สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ทางวัด กับชาวบ้าน มีมติ ขายนำเงินพัฒนาวัด ส่วนหนึ่งมีปัญหาถูกแก๊งมอดไม้พะยูงเคยลักลอบตัดไปขาย มาหลายครั้ง จึงตัดปัญหา ทั้งนี้หลังการตรวจสอบทางเจ้าหน้าที่ ได้ส่งคืนนายทุน พี้อมกำชับว่า สามารถตัดขายได้ แต่ไม่สามารถส่งออกขายประเทศเพื่อนบ้านได้ หากไม่มีการขออนุญาตตามกฎหมาย

ล่าสุดทางผู้สื่อข่าว ได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อยืนยันหาที่มาของ ไม้พะยูงดังกล่าว วัดสุภราราม บ.ปากอูน ต.ศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม โดยทาง พระอธิการ สกล อภิญาโณ อายุ 52 ปี เจ้าอาวาสวัด ได้พาไปตรวจสอบตอไม้พะยูง พร้อมยืนยันว่า ไม้พะยูงดังกล่าว เป็นไม้พะยูงของวัดจริง มีอายุเก่าแก่อยู่คู่มากับวัดอายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี ซึ่งวัดแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ เนื้อที่กว่า 50 ไร่ เป็นพื้นที่ป่า มีต้นไม้ขนาดใหญ่จำนวนมาก รวมถึงไม้พะยูง ก่อนนี้เคยเกิดปัญหา ทั้งถูกโจรขโมยไม้พะยูงคุกคาม ข่มขู่ ลักลอบตัดไป ถึง 2 ครั้ง เมื่อปีที่ผ่านมา เพราะช่วงกลางคืน พื้นที่ป่าเยอะ พระไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง และเสี่ยงอันตราย สำหรับต้นนี้ อยู่หลังวัดดูแลยากและมีขนาดใหญ่ จนกระทั่ง มีการออกกฎหมายพระราชบัญญัติ ป่าไม้แก้ไขฉบับใหม่ จึงหารือกับชาวบ้าน กรรมการวัด ลงมติ ขายให้นายทุน ที่มาติดต่อซื้อ เป็นเงิน 1.2 ล้านบาท เพื่อนำเงินเข้าวัด ตัดปัญหาดูแลยาก ยืนยันว่า ทำถูกต้องตามขั้นตอนทุกอย่าง แต่ไม่รู้ว่านายทุนจะเอาไปทำอะไร เพียงทางวัดขายถูกต้อง และนำเงินเข้าวัดทุกบาท เพื่อไว้พัฒนาวัด

ส่วนต้นไม้พะยูงที่เหลือ อยู่ใกล้กุฏิ ยังสามารถดูแลได้ และในวัดยังมีวงจรปิด ซึ่งชาวบ้านกับวัดดูแล ร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ในการแก้กฎหมายใหม่ถือเป็นเรื่องดี และเห็นด้วยกับการใช้กฎหมายเกี่ยวกับการตัดไม้หวงห้ามในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ จะได้ลดปัญหาการลักลอบตัด และการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงสามารถนำเงินไปใช้ประโยชน์ได้ เพราะไม้พะยูงมีมูลค่าสูง