อธิบดีกรมชลประทาน เร่งรัดโครงการบริหารจัดการน้ำตามข้อสั่งการของนายกฯ

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.62 ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำที่สำคัญ 6 โครงการตามข้อสั่งการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ได้ดำเนินการมาล่วงหน้าก่อนเข้าสู่ฤดูฝนประกอบด้วย โครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตรและคลองข้าวตอกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและการกักเก็บน้ำซึ่งมีแผนงานก่อสร้างอาคารชลประทานเพื่อเติมน้ำลงสู่แม่น้ำพิจิตรเพิ่มเติม 10 แห่งอยู่ระหว่างเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเหลือจ่ายปี 2562 จำนวน 10 โครงการ วงเงิน 17.50 ล้านบาท โครงการสำรวจทำแผนที่ภูมิประเทศบริเวณแม่น้ำพิจิตรและลำน้ำสาขาเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานในจังหวัดพิจิตรวงเงินทั้งสิ้น 13.88 ล้านบาท โดยระยะแรกได้ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี 2561 เพื่อดำเนินการแล้ว ส่วนระยะที่สอง ได้รับจัดสรรงบประมาณค่าสำรวจภูมิประเทศในปี 2562 วงเงิน 3.42 ล้านบาท และระยะที่สามอยู่ระหว่างเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเหลือจ่ายปี 2562 เพื่อดำเนินการจนแล้วเสร็จ สำหรับโครงการสำรวจออกแบบประตูแม่น้ำยมตอนล่าง ถัดจากประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้างเพิ่มเติมซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้ดำเนินการนั้น ทางกรมชลประทานได้ชี้แจงแล้วว่า โครงการดงักล่าวไม่มีผลต่อการเติมน้ำเข้าสู่แม่น้ำพิจิตรจึงขอให้สทนช. พิจารณาทบทวนความเหมาะสมของโครงการ ทั้งนี้หากมีความจ้าเป็นที่จะต้องดำเนินการ กรมชลประทานยินดีสนับสนุน

ส่วนโครงการฟื้นฟูแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนครนั้น กรมชลประทานได้ดำเนินการจัดทำโครงการศึกษาเพื่อจัดทำแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จังหวัดสกลนครเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนดำเนินการ 5ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำอุปโภค-บริโภค การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วมอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการ รวมทั้งสิ้น 63 โครงการ วงเงินรวม 5,509 ล้านบาท มีหน่วยงานรับผิดชอบรวม 13 หน่วยงานโดยโครงการชลประทานสกลนครนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในวันที่ 19 มิถุนายน 2562 โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างจังหวัดสกลนคร กรมชลประทาน ซึ่งจะจัดทำแผนหลักอย่างเป็นองค์รวม สำหรับใช้เป็นแนวทางให้ส่วนราชการต่างๆ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำไปดำเนินการได้ ประกอบด้วย แผนระยะเร่งด่วน ระยะปานกลาง และระยะยาว ครอบคลุมการพัฒนา 10 ปี (พ.ศ.2563-2570) ซึ่งขณะนี้แต่ละหน่วยงานกำลังจะจัดทำแผนปฏิบัติของแต่ละปีงบประมาณ และแผนการดำเนินงานที่จะสามารถขับเคลื่อนได้ หลังจากนั้น สทนช.จะนำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ แผนงานโครงการ และหน่วยปฏิบัติต่อไป

สำหรับโครงการขุดลอกคลองระบายน้ำจากลำน้ำชีวงเงินรวม 310 ล้านบาท มีทั้งการขุดลอกคลองผันน้ำและขยายแก้มลิม 5 แห่ง รวมถึงงานก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ 6 แห่ง
ปัจจุบันแผนงานขุดลอกคลองระบายน้ำจากลำน้ำชีทั้ง 12 โครงการได้เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเหลือจ่ายปี 2562 เพื่อเตรียมออกแบบแล้วจะเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างตามความเหมาะสมต่อไป ส่วนโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาวพร้อมระบบส่งน้ำ จังหวัดแม่ฮ่องสอนวงเงิน 85 ล้านบาท ขณะนี้กรมชลประทานกรมชลประทานได้ขออนุญาตเข้าท้าประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแม่ฮ่องสอนพิจารณาอยู่ ซึ่งกรมชลประทานได้ส่งเอกสารมติเห็นชอบจากที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ รวมทั้งตรวจสอบสภาพป่าไม้ต่ออธิบดีกรมป่าไม้แล้ว ด้านโครงการน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคเป็นการดำเนินการร่วมกันของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดหาน้ำอุปโภคบริโภคให้ครบทั้ง 169 หมู่บ้าน ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2562

ขณะที่โครงการขจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำในภา​คใต้​ จากการสำรวจปี 2560 และ2561 ซึ่ง​มี​อยู่​ 111 แห่ง​นั้น​ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 17 โครงการ​ โดยมีทั้งที่ดำเนินการเรียบร้อยแล้วและที่อยู่ระหว่างเสนอของบประมาณ ซึ่งได้ทำควบคู่กับการวางแผนระบายน้ำตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูฝน แผนระหว่างฤดูฝน และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ยืนยันว่า แผนที่วางไว้มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะไม่ทำให้เกิดอุปสรรคในการระบายน้ำในช่วงฝนชุกอย่างแน่นอน